วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

กล้องติดรถยน์เหมาะกับเมืองไทยพวงมาลัยขวา

หลังจากที่กล้องติดรถยนต์ตัวเก่าของผมได้พังไป ผมก็ได้มองหากล้องติดรถยนต์ตัวใหม่ไว้ใช้ทันที เนื่องจากเห็นประโยชน์ของมันนั่นเองช่วยให้เราขับรถได้อย่างวางใจมากขึ้น เพราะเกิดเหตุอะไรขึ้นมาไม่ว่ากับเราหรือคนอื่นเราก็มีหลักฐาน และที่สำคัญกล้องตัวใหม่แถมกล้องหลังให้ด้วย ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เข้าไปอีกโดยเฉพาะรถผมเป็นรถกระบะ

แน่นอนด้านหลังเป็นจุดบอดที่จะมองหรือสังเกตุได้ยากเมื่อเวลาจะถอยรถไปข้างหลัง ยิ่งถ้าหากบรรทุกของด้วยแล้วละก็จะถอยหลังทีต้องดูแล้วดูอีก ถึงแม้ดูดีแล้วก็ยังจะพลาดได้โดยเฉพาะเด็กๆที่ยังไม่ประสา ยังไม่รู้ว่าอันตรายอยู่รอบตัวหรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็ยังพลาดโดนรถถอยชนมาแล้วก็มาก เพราะบางครั้งคนขับถอยรถโดยที่มองไม่เห็นข้างหลังนั่นเอง

หลังจากแกะออกจากกล่องที่ส่งมา

อุปกรณ์ที่ให้มา

ตัวกล้องอยู่ขวาคนขับ 

มีเมนูภาษาไทย 

หน้าจอแสดงผลอยู่ซ้าย

ดังนั้นไม่รอช้าผมก็ได้สั่งซื้อกล้องติดรถยนต์ของ  ASTON ซึ่งตอนที่สั่งผมคิดว่าเหมาะกับถนนเมืองไทยที่รถยนต์ขับขวา

หลังจากได้ของมาแล้วซึ่งส่งได้ไวมากหลังจากสั่งแค่สองวันสำหรับต่างจังหวัดอย่างบ้านผม ไม่รอช้าลองติดตั้งเข้ากับกระจกของเดิมซึ่งติดได้ง่ายเพราะติดทับเข้าไปได้เลย โดยมีสายลัดเป็นยางเป็นตัวลัดกระจกให้สนิทกันแน่น จากนั้นเดินสายไฟโดยเก็บสายเข้ากับขอบบนของบานกระจกหน้า ไล่ไปด้านข้างเก็บไปตามขอบคอนโซลไปเสียบกับที่จุดบุหรี่ เป็นอันเสร็จสำหรับกล้องหน้า

ส่วนกล้องหลังต้องเอาไปติดที่ร้าน โดยสายที่ให้มายาวมากพอสำหรับกระบะเมื่อลองนำมาวัดดู ก่อนหน้านั้นยังคิดว่าสายที่ให้มาไม่น่าจะยาวมาก แต่หลังจากได้รับของต้องบอกว่าสบายมากเลยสำหรับการเดินสาย

เมื่อลองเปิดใช้งานกล้องดู สิ่งแรกที่เข้าไปก็ตั้งค่าภาษาไทยก่อนเพื่อความง่ายในการใช้งาน แล้วก็ปรับตั้งค่าตามที่ต้องการได้เลยอย่างเช่น วันที่ เวลา ความละเอียดของ VDO ระยะเวลาของ File ที่บันทึก ตั้งค่าให้บันทึกเสียงด้วย จากนั้นก็ตั้งการพักหน้าจอเพื่อเป็นการถนอมไม่ให้จอแสดงผลทำงานนานจนเกินไปสามารถฃ่วยยืดอายุการใช้งานออกไปได้ และยังเป็นการเปิดพื้นที่มองของกระจกมองหลังด้วย

ส่วนการตั้งค่าอื่นๆก็แล้วแต่เราชอบดูตามคู่มือที่ให้มาก็เข้าใจง่ายเพราะเป็นภาษาไทย สุดท้ายก็ Format เมมโมนรี่ เสร็จก็เป็นอันใช้ได้ และจากการใช้งานส่วนตัวคิดว่า OK. เลยโดยเฉพาะรถยนต์ที่ขับทางขวาเพราะการปรับกระจกนั้น กระจกจะเอียงไปทางซ้ายส่วนตัวกล้องอยู่ทางขวาจะสามารถปรับมุุมกล้องได้อย่างที่ต้องการมองเห็นได้เติมหน้ารถโดยไม่มีการบังกันเองของตัวกระจกเพราะกล้องอยู่ด้านหน้าสุุดนั่นเอง

Link ที่เกี่ยวข้อง
ASTON Super Transend
ASTON


Read more >>

วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

คาร์บูเรเตอร์คืออะไร

หากพูดถึงคาร์บูเรเตอร์แล้ว ถ้าเป็นซักสิบกว่าปีทีแล้วเราอาจจะได้พบเจอกับรถยนต์อย่างรถเก๋งกันบ้าง แต่ปัจจุบัญเห็นจะดูได้ก็กับมอเตอร์ไซด์หรือไม่ก็เครื่องยนต์เล็ก อย่างพวกเครื่องเรือ เครื่องตัดหญ้า ที่บางวันอากาศเย็นๆอย่างฝนตกหรือหน้าหนาว ก็อาจจะพบเจอกับอาการสตาร์ทติดยากกันไป อาจจะต้องหลายแชะกันหน่อยหรือต้องดึงเชือกกันจนได้เหงื่อในช่วงอากาศเย็นๆ บางที่พาลให้น้ำมันท่วมเข้าไปก็จะได้เหงื่อมากขึ้นไปอีก

นั่นก็เป็นเพราะเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบคาร์บูเรเตอร์นั้นเป็นระบบการจ่ายน้ำมันให้ไปผสมกับอากาศ ถ้าให้พูดกันแบบง่ายๆคือการใช้ความเร็วของอากาศที่ผ่านคอคอด (เวนจูรี่) ถ้าภาษาชาวบ้านคืออากาศมาจากท่อใหญ่เราก็บีบท่อให้เล็กลง ผลที่ได้คือความเร็วอากาศเพิ่มขึ้นตรงคอคอดนั้นเอง แล้วเราก็ต่อท่อน้ำมันตรงนั้นไปที่ห้องลูกลอยซึ่งเป็นที่เก็บน้ำมันที่ผ่านการกรองมาแล้วเพื่อรอจ่ายเข้าห้องเผาไหม้ ผ่านท่อนี้ไปด้วยการดูดจากผลของการเปลี่ยนความเร็วตรงคอคอดนั่นเอง น้ำมันจะถูกดูดไปผสมกับอากาศเรียกว่าไอดีและถูกส่งเข้าห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์ก็จะติดและเดินเครื่องในรอบเดินเบา โดยมีนมหนูเดินเบาเป็นตัวจ่ายน้ำมัน

แล้วถ้าหากเราเร่งคันเร่ง ลิ้นปีกผีเสื้อที่เป็นตัวควบคุมปริมาณอากาศน้้นก็จะเปิดกว้างขึ้นทำให้อากาศไหลเข้ามากขึ้น น้ำมันก็จะถูกจ่ายจากนมหนูตัวจ่ายน้ำมันหลักมากขึ้นมีผลทำให้ความเร็วของเครื่องเพิ่มขึ้น

โช๊ค (Choke) เป็นตัวช่วยในยามอากาศเย็น สภาพอากาศเย็นนั้นการละเหยของน้ำมันต่ำซึ่งก็ทำให้ส่วนผสมที่จะเอาไปเผาไหม้นั้นบางเกินไปกว่าที่จะทำให้เครื่องยนต์ติดได้ จึงจำเป็นต้องให้น้ำมันไหลเข้าได้มากขึ้นจากการใช้โช๊ค เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วเราต้องทำการดันโช๊คให้กลับไปที่เดิมไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุุ ส่วนที่ใช้แบบออโต้โช๊คนั้นโฃ๊คนั้นก็จะทำงานกลับสภาพเดิมเองได้

ที่ว่ามานั้นก็เป็นส่วนหลักๆอธิบายพอเข้าใจ มากไปกลัวจะเบื่อกันซะก่อน สุดท้ายก็จะทิ้งภาพตัวอย่างของคาร์บูเรเตอร์ในแบบของเครื่องยนต์เล็กและแบบที่ใช้ในรถยนต์ไว้พอให้ได้นึกหน้าตาออก แล้วไปทำความเข้าใจด้วยภาพจาก VDO ก็จะเข้าใจได้มากขึ้นครับ




Read more >>

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

ระวังภัยกับการขับรถตัดโค้ง

สวัสดีครับวันนี้จะขอพูดถึงเรื่องการขับรถกับพฤติกรรมการขับรถตัดโค้ง แล้วขับรถตัดโค้งเขาขับกันยังไง มันก็คือการขับรถด้วยความเร็วพอถึงโค้งก็จะตัดจากเลนหนึ่งเข้าไปอีกเลนหนึ่งเพราะการเข้าโค้งด้วยความเร็วจะทำให้มีแรงเหวี่ยงมากอาจทำให้หลุดโค้งได้ หากใครเคยดูรถแข่งก็จะพอนึกออก


ซึ่งเทคนิคแบบนี้เหมาะที่จะใช้ในสนามแข่งเท่านั้นครับส่วนชีวิตจริงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือใช้เมื่อยามจำเป็นจริงๆเท่านั้นไม่ควรใช้แบบเป็นนิสัยเพราะอันตราย หลายคนอาจคิดว่าการขับแบบนี้แหล่ะสุดยอดทำไมรถหลายคันไม่ขับแบบนี้ ขับไม่เป็นหรอ?

คำตอบคือขับเป็นแต่เขาไม่ขับตัดเลนเพราะเขารู้ว่ามันไม่เหมาะและเป็นอันตราย หากใครขับรถไปต่างจังหวัดอาจจะพบเห็นได้บ่อยกับการขับตัดเลนตัดโค้งจนชินตาเลยก็ว่าได้ การขับแบบนี้ถ้าเป็นถนนที่ขับสวนทางกันนี่คือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้รถชนประสานงากันบ่อยครั้ง เพราะขับรถอยู่ดีๆเพลินๆมีรถจากเลนตรงข้ามขับมาในช่องทางของเราซะงั้น ยิ่งอยู่ในโค้งด้วยแล้วเห็นก็ตูม...แล้ว บาดเจ็บล้มตายกันไปก็มาก

ส่วนถ้าหากเป็นถนนที่วิ่งทางเดียวก็มีปัญหาเช่นกัน พอขับถึงโค้งเจอรถอีกคันตัดเลนปาดหน้าเราเฉยเลย ที่เป็นอย่างนั้นเพราะรถที่ตัดโค้งอาจจะขับแบบนั้นจนเป็นสิสัยประกอบกับไปไม่ได้สังเกตุด้วยว่ามีรถคันอื่นวิ่งอยู่ด้วยหรือไม่ยิ่งเจอช่วงจุดบอดของรถด้วย ก็เลยเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งบางคันที่ขับมาเลนตัวเองดีๆอาจตกใจเหยียบเบรคหรือหักหลบจนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ทั้งนี้การขับรถตัดโค้งนี้มักเกิดจากการขับรถเร็วแล้วไม่ได้สังเกตุป้ายบอกทางว่าโค้งที่กำลังจะไปถึงนั้นเป็นโค้งแบบไหน โค้งมากน้อยแค่ไหนพอถึงแล้วกลับพบว่าเอารถไม่อยู่จนอาจจะหลุดโค้งได้จึงต้องตัดโค้งกันแบบนั้น แต่บางคันหรือหลายคันไม่ได้เป็นแบบนั้นกลับเกิดจากกับนิสัยขับเร็วขับตัดไปทุกโค้งไปตลอดทางจนบางจังหวะก็เผลอมองไม่เห็นรถด้านข้างไปปาดเอาได้หรือสร้างความตกใจให้กับรถคันข้างๆจนเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน

แน่นอนครับว่าไม่มีใครอยากจะขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ ฉนั้นขับรถเราต้องมีสติแล้วแก้ไขเหตุการเฉพาะหน้าให้ได้ถึงแม้บางครั้งจะเลี่ยงอุบัติเหตุไม่ได้แต่ก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้เหมือนกัน สำหรับเพื่อนๆที่ขับรถไปเจอรถที่ขับตัดโค้งจนปาดมาชนหน้าเราก็อย่าตกใจจนเหยียบเบรคซะจนรถตัวเองหมุนปลิวตกข้างทางไปหรือหักหลบจนตกข้างทางไปอีกเช่นกัน รถเราจะกลายเป็นกล่องเหล็กไม่มีค่าเอาได้หรือชีวิตและคนที่เรารักอาจเป็นอันตรายได้ แต่ให้ยกคันเร่งเพื่อให้รถเราช้าลงด้วยตัวเองแล้วตั้งสติจับพวงมาลัยให้มั่นคง เพราะถ้าพ้นก็ผ่านไม่มีอะไรแต่ถ้าไม่พ้นเราก็ไม่เสียหลักตกถนนอย่างน้อยก็ 80-90% อันนี้สำหรับถนนวิ่งทางเดียวมั่นใจได้ว่าปลอดภัย แต่ถ้าถนนที่วิ่งส่วนทางกันอันนี้ค่อยข้างยากหน่อยแต่สำคัญที่สุดคือสติ ถ้ามีสติจะพาให้เราพ้นจากอันตรายหรือผ่อนหนักเป็นเบาได้ครับ

สุดท้ายขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีสติในการใช้รถเรียนรู้และปฎบัติตามกฎจราจรเราก็จะเดินทางกลับไปพบหน้าคนที่เรารักได้อย่างปลอดภัยทุกท่านครับ

Read more >>

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ใส้กรองอากาศรถยนต์

หากพูดถึงเครื่องยนต์ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับรถยนต์ที่เราใช้ขับอยู่ทุกๆวัน ก็ต้องบอกว่ามันคือหัวใจของรถยนต์เลยก็ว่าได้เพราะมันเป็นต้นกำลังที่ใช้ในการขับเคลื่อนนั่นเอง หากไม่มีเจ้าสิ่งนี้แล้วรถของเราก็ไม่ต่างจากกล่องเหล็กดีๆนี่เอง



วันนี้จะขอพูดถึงอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญก็ว่าได้สำหรับเจ้าหัวใจของเราคือกรองอากาศนั่นเอง เจ้าตัวกรองอากาศหน้าที่ของมันคือกรองสิ่งสกปรกที่มาพร้อมกับอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ของเราได้ ซึ่งถ้าหากอากาศที่ผ่านเข้าเครื่องไปนั้นมีความสกปรกก็จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องนั้นลดลองไปได้อย่างน่าใจหายเลยทีเดียว

โดยเจ้ากรองอากาศที่ว่านี้จะดักจับฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่เป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์เอาไว้ที่ตัวของมันเองแล้วปล่อยอากาศที่สะอาดเข้าไปเท่านั้นเพื่อไปทำการคลุกเคล้ากับน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วจุดระเบิดเปลี่ยนพลังงานความร้อนมาเป็นพลังงานกล โดยส่งผ่านหัวลูกสูบลงไปยังก้านสูบไปหมุนเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อนำกำลังจากส่วนนี้ไปขับเคลื่อนระบบส่งกำลังต่อไปนั่นเอง

ฉนั้นกรองอากาศจึงมีความสำคัญอย่างมากกับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และยังส่งผลในเรื่องของอัตราการกินน้ำมันอีกด้วยเพราะถ้าหากเราละเลยการดูแลรักษาแล้วปล่อยให้มันสกปรกโดยไม่ทำความสะอาดโดยการเป่าฝุ่นออกบ้างหรือถึงขนาดตันจนอากาศไหลผ่านได้น้อย เราก็จะต้องเหยียบคันเร่งมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้รอบเครื่องหรือรถเราวิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิม

เราจะพบว่าส่วนต่างค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนกรองอากาศใหม่ๆซักลูกนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน จะพบว่าพอเปลี่ยนกรองลูกใหม่เหยียบคันเร่งนิดเดียวพุ่งในทันที ยากทราบอย่างนี้แล้วหมั่นดูแลอุปกรณ์ตามอายุการใช้งานนะครับ แต่ถ้าไม่มีความรู้เรื่องรถเลยก็หาช่างที่มีความรู้และมีมาตรฐานดูแลรถของเราให้ใช้ได้นานๆแบบไร้ปัญหากันนะครับ
Read more >>

Google+ Followers