วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คลัทช์ของรถยนต์มีกี่แบบ

 สวัสดีครับ วันนี้คงจะพูดถึงคลัทช์ของรถยนต์กันซักหน่อยนะครับว่า คลัทช์ที่เราเรียกกันจนชินนี่มันมีกี่แบบกัน หน้าที่ของคลัทช์คือตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับชุดเกียร์ เพื่อให้การเข้าเกียร์เป็นไปอย่างราบลื่น สำหรับคลัชแยกได้สองประเภทคือคลัทช์แบบใช้ความผืดและคลัทช์แบบใช้น้ำมัน

Fluid Clutch หรือเราอาจจะรู้จักกันในชื่อ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ซึ่งแบบนี้ใช้แรงผลักของๆเหลวในการส่งแรงถึงกันต้องอาศัยรอบของเครื่องในการส่งกำลัง



Friction clutch แบบความผืด จะแยกออกเป็นประเภทอื่นได้อีกตามต่อไปนี้

-Cone Clutch คลัชทรงกรวย แบบนี้จะมีพื้นที่ผิวสำหรับสร้างความผืดในรูปแบบของทรงกรวย เรียกว่ากรวยตัวเมียซึ่งจะติดอยู่กับ flywheel ส่วนตัวผู้จะอยู่บนเพลาคลัทช์ซึ่งจะต่อไปที่ชุดเกียร์อีกที แบบนี้จะสามารถส่งแรงขับถึงกันได้ดีเพราะมีพื้นที่ผัมผัสกันมาก แต่ข้อเสียคือถ้ามุมของกรวยน้อยกว่า 20 องศา กรวยตัวผู้มีโอกาสติดกับกรวยตัวเมียได้และเป็นเรื่องยากที่จะเอาออกมาได้นั่นเอง เบอร์ 3 นั่นคือผ้าคลัทช์จะติดอยู่กับกรวยตัวผู้


-Single Plate Clutch คลัทช์แผ่นเดียวซึ่งเราจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นที่นิยมสำหรับรถยนต์ทั่วไปที่ใช้กันมา แต่จะแยกออกได้อีกเป็นสองประเภท

1.แบบสปริง (Spring)


2.Diaphragm clutch
thecartech.com


-Multi Plate Clutch คลัทช์หลายแผ่นแบบนี้จะมีแผ่นความผืดเพิ่มขึ้นมามากกว่าสองแผ่นขึ้นไป เป็นการเพิ่มจำนวนแผ่นคลัทช์เพื่อเพิ่มความความเสียดทานในการส่งกำลังที่มากขึ้น ซึ่งจะแยกไปได้อีกสองประเภทคือ
1.แบบเปียก คลัทช์หลายแผ่นแบบเปียกจะใช้อยู่ในรถที่เป็นประเภทเกียร์ออโตเมตริก

 what-when-how.com
2.แบบแห้ง
 what-when-how.com


-Semi Centrifugal Clutch แบบกึ่งแรงเหวี่ยงคลัทช์แบบนี้จะมีสปริงกดคลัชในความเร็วต่ำอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านเป็นตุ้มเหวี่ยงจะทำงานในช่วงรอบความเร็วสูงเพื่อกดคลัชได้มากขึ้น

what-when-how.com

-Centrifugal Clutch คลัทช์แรงเหวี่ยงเมื่อความเร็วสูงขั้นตุ้มเหวี่ยงก็จะกางออกแล้วไปดันแผ่นคลัทช์ให้จับมากขึ้น


สุดท้าย VDO น่าจะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นและคลัช์แต่ละชนิดทำงานยังไงบ้างครับ


Read more >>

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ใส้กรองน้ำมันเครื่องทำงานยังไง

ใส้กรองน้ำมันเครื่องเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของเครื่องยนต์ ว่าง่ายๆเป็นหัวใจของเครื่องเลยก็ว่าได้ ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกออกจากน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งน้ำมันเครื่องทำหน้าที่หล่อลื่นให้กับชิ้นส่วนของเครื่องและช่วยระบายความร้อนอีกด้วย  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากน้ำมันเครื่องของเราสกปรก นั่นก็จะทำให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่อย่างลูกสูบ วาล์ว ข้อเหวี่ยงเกิดเสียหายได้ นอกจากนี้ถ้าหากมีการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องก็จะทำให้เครื่องยนต์ร้อนและขาดการหล่อลื่นซึ่งจะสร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก

 ฉนั้นกรองน้ำมันเครื่องจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากและต้องการดูแลเปลี่ยนใหม่ตามอายุการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ รถยนต์ของเราก็จะอยู่กับเราให้ได้ใช้งานไปนานหลายปีเลยครับ การเลือกใส้กรองก็มีความสำคัญเพราะใส้กรองที่มีคุณภาพย่อมช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อน่างมีประสิทธภาพตามหน้าที่ของมันเองได้ ลองดู VDO น่าจะช่วยทำให้เข้าใจหน้าที่ของกรองได้ดีขึ้น

Read more >>

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ซูปเปอร์ชาร์จเจอร์ Supercharge ความเหมือนที่แตกต่าง

ซูปเปอร์ชาร์จ เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ชุดนี้บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยเพราะส่วนใหญ่บ้านเราจะคุ้นอยู่กับเทอร์โบมากกว่าเพราะเป็นที่นิยมในบ้านเรา หลักๆเจ้าซูปเปอร์ชาร์จก็ทำหน้าที่เหมือนกับเทอร์โบแต่แตกต่างกันตรงต้นกำลังที่จะนำมาใช้ขับนั่นเอง ซึ้งเทอร์โบใช้แรงดันจากไอเสียมาเป็นตัวขับ

จะว่าไปแล้วไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์ชาร์จหรือเทอร์โบก็ตาม ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเพิ่มอากาศเข้าห้องเผาไหม้ แต่จะว่ากันจริงๆในยุคสมัยแรกที่เจ้าสองตัวนี่ถือกำเนิดมา มันถูกนำไปใช้กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ อย่างรถบรรทุก หรือเรือเดินสมุทร โดยเครื่องยนต์เหล่านี้เป็นเครื่องยนต์ที่ต้องการกำลังมากๆ โดยเฉพาะที่เราคุ้นเคยอย่างรถบรรทุก ถ้ายกตัวอย่างรถบรรทุกที่ต้องใช้ขนส่งทั่วไปแน่นอนที่ๆมันไปมันไปทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่บนเทือกเขาที่สูกกว่าระดับน้ำทะเล แน่นอนว่าที่ความสูงอากาศบนนั้นจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศในพื้นราบ นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ขาดกำลังในขนะอยู่บนที่สูง

เจ้าซุปเปอร์ชาร์จหรือเทอร์โบจึงมีบทบาทอย่างมากในการเพิ่มแรงอัดของอากาศเข้าไปในห้องเผาไหม้นั่นเอง ส่วนตัวซุปเปอร์ชาร์จนั้นจะอาสัยแรงขับจากเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้าก็ได้ โดยข้อดีของซุปเปอร์ชาร์จนั้นคือสามารถทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วรอบต่ำได้เลย แต่จะมีจุดด้อยคือการสูญเสียกำลังในรอบสูงสำหรับตัวที่ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวขับ แต่ก็แก้ปัญหานี้ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเป็นตัวขับซึ่งจะไม่กินกำลังของเครื่องยนต์แต่จะไปเพิ่มในส่วนของอุปกรณ์ที่มากขึ้นแทน

ตัวของซุปเปอร์ชาร์จเองก็มีอยู่หลายแบบ

-Roots lobe แบบนี้จะเป็นแบบ 2-3 Lobe สองแกนวิ่งสวนทางกันแล้วรีดอากาศออกไปทางด้านข้างของผนัง แบบนี้จึงเป็นที่นิยมใช้กันมาก

-Lysolm screw แบบนี้จะมีลักษณะคล้ายๆกับแบบ Roots แต่จะมี 4-6 Lobe ก็เป็นที่นิยม


-Contrifugal แบบนี้จะมีลักษณะเหมือนเทอร์โบ คือเป็นหอยโข่งอัดอากาศเช่นกันแต่ต่างกันที่ไม่ได้ใช้ไอเสียมาขับนั่นเอง



-Electric แบบไฟฟ้าแบบนี้จะเป็นแบบที่ไม่ทำให้สูญเสียแรงของเครื่องยนต์ที่จำนำมาปั่นอากาศ ในรูปใช้คู่กับแบบหอยโข่งครับ


-Vane แบบนี้จะเป็นลักษณะเยื้องศูนย์กลางใช้ความแตกต่างของพื้นที่ในการรีดอากาศเอาสั้นๆ


-Wanlel rotary แบบนี้ก็ให้นึกถึงเครื่องโรตารี่แต่ทำหน้าที่แค่ดูดอากาศเข้าและออกอย่างเดียว

 ส่วนแบบอื่นๆขอเว้นไว้แล้วกันนะครับ เอาพอเข้าใจว่าซุปเปอร์ชาร์จมีแบบไหนบ้างและที่นิยมใช้เป็นแบบไหน ส่วนการทำงานดู VDO น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากครับ



สุดท้ายราคาของซุปเปอร์ชาร์จจะมีราคาสูงกว่าเทอร์โบซักหน่อย แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหนเลือกได้ตามงบประมาณที่มีเลยครับ
Read more >>

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เทอร์โบชาร์จเจอร์ TURBOCHARGER คืออะไรในรถยนต์

สวัสดีครับ วันนี้จะขอพูดถึงอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่หลายคนคงรู้จักนั้นก็คือ เทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) สำหรับคนที่ชอบความแรงคุ้นเคยกันดีสำหรับเจ้าตัวนี้ ก่อนอื่นขอเล่าประวิติความเป็นมากันซะหน่อย


ความเป็นมาของเทอร์โบ หลังจากที่ได้มีการประประดิษฐ์เครื่องยนต์สันดาปภายในขึ้นมา เป็นช่วงต้นปี 1885 และปี 1896 เดมเลอร์ (Gottlieb Daimler) และ รูดอล์ฟดีเซล (Rudolf Diesel) ได้หาทางเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์และประหยัดการใช้น้ำมันลงด้วย โดยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ คนที่ประสพความสำเร็จในการพัฒนา ด้วยการใช้ไอเสียในการเพิ่มการอัดอากาศ เป็นวิศวกรชาวสวิส Alfred Büchi สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้กว่า 40 % และนี่เป็นการเริ่มต้นเปิดตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์

เทอร์โบยุคแรกถูกนำมาใช้กับดครื่องยนต์ขนาดใหญ่เช่น เครื่องยนต์ทางทะเล ส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มใช้กับรถบรรทุกในปี 1938 เทอร์โบนั้นได้รับความนิยมมากในช่วงยุค 70 หลังจากที่มันถูกนำไปใช้ในการแข่ง Formula 1

แล้วทีนี้เจ้าเทอร์โบมันมีหลักการทำงานอย่างไร หลักการไม่ยากโดยตัวเทอร์โบรูปร่างหน้าตาเหมือนหอยโข่งหรือปั๊มน้ำแต่มันมีโข่งสองด้าน

-ด้านหนึ่งเป็นด้านเทอร์ไบ (turbine) มองด้วยตาจะเป็นด้านสีดำด้านนี้จะเป็นด้านที่ต่อเข้าไอเสียที่ออกมาจากห้องเผาไหม้ แล้วเป็นตัวสร้างแรงบิดที่เกิดจากการไหลผ่านของไอเสียที่ประทะเข้ากับชุดเทอร์ไบ ส่งกำลังที่ได้ผ่านแกนเทอร์โบที่จะต่อไปยัง
-คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ด้านนี้จะเป็นตัวปั่นอาการเข้าไปในห้องเผาไหม้ด้วยแรงดัน เรียกง่ายๆว่ายัดอาการเข้าไปเลย นึกไม่ออกลองนึกถึงตอนกินข้าวเราตักกินเองเราค่อยๆตักใส่ปากทีละคำ แต่อยู่ๆวันดีคืนดีก็มีคนมาป้อนเข้าใส่ปากเราแบบใส่เอาๆให้เต็มปากเต็มคำและเร็วด้วย

แต่สำหรับเครื่องยนต์การอัดอากาศเข้าไปเป็นการเพิ่มปริมาณอากาศที่ช่วยให้การเผาไหม้ดีขึ้นหัวฉีดจ่ายน้ำมันปริมาณที่เหมาะสมทำให้เราได้แรงม้าเพิ่มขึ้นได้

นี่คือรอบการทำงานของเทอร์โบ หลังจากได้ไอเสียที่มีแรงดันและความร้อนมาปันกังหันเทอร์ไบน์แล้วนั้นด้านสีดำก็จะมีความร้อนสูงขึ้นด้วย แล้วเนื่องจากด้านคอมเพรสเซอร์ที่อยู่ติดกันข้างๆย่อมได้รับการถ่ายความร้อนนั้นด้วยเป็นผลทำให้อากาศดีที่ไหลผ่านนั้นเกิดความร้อนสูงขึ้นด้วย นั้นจึงทำให้อากาศขยายตัวทำให้ประสิทธิภาพของอากาศที่จะทำการเผาไหม้ลดลง เราจึงต้องมีตัวลดอุณหภูมิอากาศที่เรียกว่า อินเตอร์คูลเลอร์  (Intercooler) แล้วจึงเข้าไปในห้องเผาไหม้ต่อไป

แล้วหลังจากที่เราเหยียบคันเร่งมากขึ้นความเร็วรอบมากขึ้นเทอร์ไบหมุนมากขึ้นแรงดันด้านดูดก็มากขึ้นด้วย นี่ก็คือปัจจัยที่ทำไมแรงม้าถึงมากขึ้นตามไปด้วย แน่นอนความร้อนก็สูงมากขึ้นด้วยเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ของเราก็ต้องมีการระบายไอเสียเพิ่มขึ้นโดยการเพิ่มช่องระบายด้วยวาวล์บายพาสไอเสีย (Wastegate bypass regulator valve) เพื่อลดความเร็วรอบในการหมุนของเทอร์บายลง เมื่อนั้นแรงดันทางฝังไอดีก็ลดลงด้วย

ส่วนทางฝังไอดีก็จะมีวาวล์อยู่ตัวหนึ่งเหมือนกัน เรียกว่าโบออฟ "Blow-off valve" ก็จะเป็นตัวระบายแรงดันฝังไอดีเมื่อกรณีถอนคันเร่งลิ้นปีกผีเสื้ออยู่ในตำแหน่งปิดทำให้มีแรงดันสูงที่ด้านหลังอาจทำให้แรงดันส่วนนี้ตีกลับไปที่คอมเพรสเซอร์ได้และอาจสร้างความเสียหายให้กับตัวเทอร์โบได้นั้นเอง จึงต้องมีวาวล์นั้นนี้ช่วยระบายแรงดันส่วนนี้ทิ่งออกไปนั่นเอง

เทอร์โบที่ว่านี้จะทำงานได้ดีในรอบที่สูงเท่านั้นเพราะจะสร้างแรงอัดที่ดีได้นั้นรอบเครื่องยนต์ต้องสูง จึงจะส่งแรงของไอเสียมาปั่นได้ดีที่สุดจึงทำให้เกิดอาการรอรอบนั้่นเอง แต่ปัจจุบันมีเทอร์โบแปรผันเข้ามาจึงทำให้ลดจุดด้อยตรงนี้ไปได้ด้วย


Read more >>

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ระบบเบรค ABS คืออะไร

สวัสดีครับวันนี้ผมขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าระบบ ABS กันหน่อยนะครับ โดยย่อมาจากคำว่า Anti lock Brake System หรือที่เรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆคือ ระบบป้องกันล้อล็อคนั่นเอง เอาแบบชาวบ้านๆคือถ้าตกใจแล้วกระทืบเบรคละก็เจ้าตัวนี้ทำงานทันที

แล้วเจ้า ABS นี่มันดียังไงล่ะ? 
ระบบเบรคแบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากการจำรองการเบรคแบบย้ำๆเบรค เพื่อช่วยในการหยุดรถเอาง่ายๆคือการ จับปล่อยๆๆๆๆ ของผ้าเบรคกับจานเบรค

แล้วมันต่างยังไงกับการกระทืบเบรคเต็มแรงทีเดียวหรือ?
มันต่างตรงที่ว่าถ้าหากเรากระทืบเบรคแบบเต็มแรงภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าตกใจ ซึ่งในยามปรกติถ้าเราใช้เบรคในการยุดหรือชลอรถเราจะค่อยๆแตะเบรค เพื่อให้เบรคได้นิ่มๆ คนนั่งข้างๆจะได้ไม่กระเด็นลงไปนั่งที่พื้นหรือหัวทิ่มนั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้นการตกใจเบรคหรือกระแทกเบรคนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ล้อหยุดหมุน หรือที่เราเรียกว่าล้อล็อคผลคือล้อจะไถลไปกับพื้นลากยาวเป็นลอยดำติดถนน แล้วล้อหน้าของเราที่จะต้องใช้ในการบังคับเลี้ยวก็จะไม่สามารถบังคับไปในทิศทางที่เราต้องการได้

เช่นเราเจอหมาวิ่งตัดหน้าบนถนน โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยขับรถมาเพลินๆคุยกันกับเพื่อนสนุกสนาน อยู่ๆเจอหมากระโดดตัดหน้ามักเกิดอาการตกใจปนกับอาการรักสัตว์มากกว่าชีวิตตัวเองซะอีก อิๆ...แซวเล่นนะครับ ออกอีแป้น!!! กดเต็มเหนี่ยวสุดแรงเกิดที่แป้นเบรค แอบหวังเล็กๆว่าคงไม่ใช่คันเร่งแน่ๆ ทันใดนั้นจะเกิดเสียงดังคลืดๆๆๆๆ เข้ามาในรถแล้วคุณผู้หญิงจะพบว่าเรายังสามารถบังคับรถให้ไปในทิศทางตามที่เราตั้งใจโดยสัญชาตญาณได้ ซึ่งรถจะไม่หมุนไปเสียก่อนนั่นก็เป็นประระบบ ABS ช่วยเราไว้แล้ว แน่นอนเสียงคลืดๆๆหรือแรงสู้เท้าของแป้นเบรคเวลานั้นเราอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปเพราะอาการตกใจทืบเบรคนั้นเอง

ทั้งหมดที่ว่ามานี่ก็คือหน้าที่ของระบบเบรคแบบ ABS เพื่อช่วยให้เราปลอดภัยในขณะขับขี่ แล้วการทำงานล่ะมันเป็นยังไง การทำงานก็ไม่ยากโดยระบบก็จะมีอุปกรณ์หลักๆคือ ชุดเซ็นเซอร์ที่ล้อจะมีครบทุกสี่ล้อ โดยการส่งสัณญาณจากตัวเซ็นเซอร์ที่ล้อจากการอ่านค่าความแตกต่างของพื้นผิวที่ได้จากฟันเฟืองที่แกนล้อแล้วเอาสัณญาณนั้นไปให้ ECU อ่านเป็นความเร็วของล้อ เพื่อควบคุมการทำงานของชุดปั็มเบรค เมื่อมีการเบรคที่เกินค่าเกิดขึ้นก็จะสังให้เบรคจับและปล่อยในความถี่สูงสุดถึง 50 ครั้งต่อวินาทีเลยทีเดียว แค่กระพริบตาครั้งเดียวระบบเบรคจับปล่อยๆไป 50 ครั้งแล้ว และนั่นก็เพียงพอที่จะไม่ทำให้ล้อล็อคตายลากยาวไปได้แล้วครับ

ทั้งหมดที่ว่ามาถ้ายังไม่เข้าใจก็ลองดู VDO กันซักหน่อยเห็นภาพแล้วน่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

สุดท้าย...ในเมื่อเรามีรถที่มีระบบความปลอดภัยที่ดีและในปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆมีเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปแล้วนั้น แน่นอนมันต้องการ บำรุงรักษาที่ดีด้วยเพื่อที่ระบบจะทำงานได้อย่างดีตลอดเวลาที่เราต้องการใช้และค่าใช้จ่ายที่คุ้มมากเมื่อแรกกับความปลอดภัยของเราและคนที่เรารัก
Read more >>

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เครื่องยนต์แบบ Rotary คืออะไร



เครื่องยนต์โรตารี่ทำงานอย่างไร (Rotary engines)

เครื่องยนต์โรตารี่ เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในอีกแบบหนึ่งนะครับ ที่มีจังหวะการเผาไหมคือ ดู อัด ระเบิด คาย เช่นเดียวกับเครื่องยนต์แบบอื่น แต่ต่างตรงที่ไม่ได้ใช้ลูกสูบ แต่จะเป็นเสื้อโรเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายๆรูปสามเหลี่ยม ซึ่งจะเป็นห้องเผาไหม้ในทุกด้านจะมี Housing ที่อยู่กับมัน โดยที่ตัวโรเตอร์ตรงเหลี่ยมยอดปลายจะมีซีลและแนวข้าง เพื่อเก็บแรงดันและสร้างแรงอัดให้กับตัวมันเอง

ซึ่งนับรวมห้องเผาไหม้กับเครื่องยนต์แบบนี้ก็มีสามห้องด้วยกัน โดยในแต่ละห้องจะมีการหดและขยายตัวของแก๊สอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าเครื่องยนต์แบบนี้เป็นเครื่องยนต์ที่รอบจัดแน่นอน แต่การสึกหรอก็สูงเช่นกัน วัสดุที่ใช้ทำชิ้นส่วนต้องมีคุณภาพดีเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ว่างั้น แน่นอนอัตราการสิ้นเปลืองต่อนข้างสูงเพราะต้องฉีดน้ำมันออกมาช่วยในการซิลด้วย แล้วปัญหาเครื่องเครื่องแบบนี้ก็คือเรื่องของซีลนี่เอง

แต่ส่วนตัวคิดว่าก็คนมีคนที่ชื่นชอบเครื่องยนต์แบบนี้อยู่พอสมควรเลยที่เดียว ส่วนคนที่คิดเครื่องยนต์แบบนี้คือนาย เฟลิค แรงเคล ( Felix Wankel) บางที่เราอาจจะได้ยินคนเรียกเครื่องยนต์ชนิดนี้ว่า เครื่องแรงเคล


Read more >>

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทำอย่างไรเมื่อรถเกิดยางระเบิดขณะขับ

สวัสดีครับ วันนี้พอมีเวลาพอที่จะเขียนบทความได้ ก็เลยนึกถึงเรื่องนึงที่นักขับรถทั้งหลายอาจจะได้ ประสบพบเจอกันได้ ก็คือยางแตกหรือที่ชาวบ้านเรีกกันคือยางระเบิดครับ แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากพบเจอกับเหตุการเหล่านี้แน่ๆ แต่อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้และจะดีมากถ้าเราสามารถรับมือกับมันได้ โดยที่เราปลอดภัยกลับไปพบกับคนที่รออยู่ได้



เริ่มจากการป้องกันก่อนดีกว่า การป้องกันก็คือการหมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ของรถก็คือยาง ก็ดูครับว่ายางเราเปลี่ยนมาแล้วนานหรือยัง ยางแตกลายงา ด้าน บวมหรือไม่ ถ้าหากเราไม่มีความรู้ก็หมั่นพาเข้าสถานบริการที่ได้มาตรฐานตรวจสอบให้ครับ ครวจสอบลมยางให้เหมาะสมกับรถของเรา

โดยเฉพาะถ้าต้องออกต่างจังหวัดวิ่งทางไกลนี่คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเราได้เลย เพราะถ้ารถพร้อมเหตุการที่ไม่ควรจะเกิดก็จะไม่เกิดขึ้นได้ แต่...ถ้าหากเราทำทุกอย่างหมดแล้ว แต่ดันไปเกิดยางระเบิดเข้าให้ก็ขอให้พิจารณาอย่างนี้ครับ

  • สติบนท้องถนนจะช่วยให้เรารู้สภาพรถของเรา ยางระเบิดโดยเฉพาะล้อหน้ารถจะเอียงไปทางที่ยางแตกแตกซ้ายดึงไปซ้าย 
  • ดึงพวงมาลัยของรถเราให้ตรงคือมันจะดึงไปทางไหนจะซ้ายหรือขวาก็ตาม ดึงมาให้ตรง
  • ยกคันเร่ง ปล่อยให้รถไหลไปตามแรงของมัน อย่าเหยียบเบคร โดยเฉพาะตกใจเหยียบเบคร คับรถห้ามตกใจนะครับเพราะจะพาเราเข้าสู่ภาวะวิกฎตได้ รถเราอาจจะหมุนหรือพลิกค้ำได้
  • เมื่อยกคันเร่งแล้วให้สัณญานไฟเลี้ยวกับรถคันอื่นพยามยามเอารถเข้าชิดขอบทางซ้าย
  • ลดควาเร็วของรถด้วยการค่อยๆลดเกียร์ลงทีละขั้น เช่น จากเกียร์ห้าให้ลดลงมาที่สี่ สาม สอง จนรถช้าลงมากแล้วจึงค่อยใช้เบรคได้โดยค่อยๆเบรค (เบครมือห้ามเด็ดขาด) ส่วนรถเกียร์ Auto ก็ทำเช่นกันยกคันเร่ง พอความเร็วเริ่มรถก็อาจลดมาที่เกียร์ต่ำ เช่น D2 D1 อันนี้ท่านต้องดูว่ารถของเราเป็นแบบไหนนะครับ ว่างๆลองเล่นดูได้หาที่ๆลองได้นะครับ
  • เมื่อรถหยุดเราก็ไม่ต้องกังวลแล้วละครับเปลี่ยนยางได้เลย
ทีนี้เพิ่มเต็มซักนิดนึงครับ เหตุการเหล่านี้จะไม่อันตรายมากครับ ถ้าหากเราไม่ใช้ความเร็วที่สูงมากๆเราเอาอยู่แน่นอน ถ้าจะเอาไม่อยู่ก็คือ รถเราอยู่ในความเราที่สูงมากแล้วอยู่ในจังหวะเข้าโค้งพอดี มันจะเป็นอะไรที่อันตรายมากๆแม้จะเป็นมือขับมืออาชีพก็เถอะ ฉนั้นเข้าโค้งก็ยกๆคันเร่งกันบ้างนะครับ
สุดท้ายขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยกันทุกคนครับ
Read more >>

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

ระบบบังคับเลี้ยวของรถยนต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากห่างหายไปนานวันนี้พอมีเวลาก็จะมาคุยกันถึงเรื่องระบบบังคับเลี้ยว หรือที่เรารู้จักกันดีว่าพวงมาลัย "ไม่ใช่พวงมาลัยที่คล้องคอหรือแขวนหน้ารถนะครับ" ซึ่งเจ้าพวงมาลัยหรือระบบบังคับเลี้ยวที่ว่านี้ หน้าที่ของมันคือทำให้เราบังคับทิศทางของรถยนต์ที่เราขับให้ไปในทางที่เราต้องการ

ซึ่งก็จะมีทั้งแบบมีระบบช่วยผ่อนแรงหรือที่เราเรียกว่า (power) และไม่มี Power ซึ่งน่าจะเป็นอดีตไปแล้วแต่ก็น่าจะยังพอหาได้อยู่บ้างกับรถรุ่นเก่าๆ หรือไม่ก็ตอนรถเราปั็ม Power พัง และอีกอย่างก็ตอนลากรถแน่นอนเครื่องไม่ติดก็ไม่มีระบบช่วยในการผ่อนแรง พวงมาลัยรถของเราก็จะหนักขึ้น

ระบบบังคับเลี้ยวหลักมี 2 แบบ


  • Steering box  ระบบนี้เป็นระบบที่ใช้กันในรถยนต์รุ่นเก่าหรือรถบรรทุก เป็นระบบลูกปืนหมุนวน


  • Rack and Pinion เป็นระบบเฟืองสะพานซึ่งมีใช้อยู่กับในรถบัจจุบัน
แน่นอนครับว่าในปัจจุบันรถยนต์ใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบ Rack ซึ่งจะมีระบบช่วยผ่อนแรงในการเลี้ยว หรือที่เรียกกันว่าระบบ พวงมาลัยเพาเวอร์ เป็นตัวช่วยให้เวลาเราเลี้ยวรถสามารถทำได้นุ่มนวนไม่ต้องออกแรงมาก ซึ่งก็มีอยู่สองแบบที่ใช้กัน
แบบแรกเป็นแบบไฮดรอลิค (Hydraulic)
เป็นระบบที่ใช้น้ำมันเป็นตัวช่วยในการผ่อนแรง โดยจะมีชุดปั็มเป็นตัวสร้างแรงดันให้น้ำมันนำไปผลักดันชุดเลี้ยวของเรา แต่ปั็มจะใช้แรงจากเครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง เป็นระบบที่ต้องดูแลรักษาไม่ให้มีการรั่วซึมหรือน้ำมันแห้ง หลักการทำงานดู VDO ดีกว่าครับ



แบบที่สองเป็นแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Electric power steering
แบบนี้ต่างจากแบบแรกคือใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ามาขับโดยตรง สามารถลดชุดปั๊มและระบบท่อออกไปได้ การบำรุงรักษาไม่ยุ่งยากไม่เลอะเทอะ ไม่กินแรงของเครื่องยนต์ การทำงานตามข้างล่างเลยครับ



จากทั้งสองแบบมีจุดประสงค์เดียวกันคือช่วยเราไม่ให้ต้องออกแรงดึงพวงมาลัยมาก ช่วยให้เบาแรงส่วนเรื่องการตอบสนองเรื่องแรงหนักเบาแน่นอนอย่างหลังเล่นได้มากกว่า ส่วนเรื่องความบกพร่องหรือพังของระบบก็ไม่ต้องห่วงว่าเราจะเลี้ยวรถไม่ได้เมื่อเวลามันมีปัญหา เพราะหน้าที่ของมันคือช่วยผ่อนแรงแต่เมื่อไม่มีมันเราก็แค่ออกแรงมากขึ้นเท่านั้นเอง
Read more >>

Google+ Followers