วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รถคันอื่นน้ำสาดขึ้นกระจกเราทำยังไง

สวัสดีครับ สำหรับใครที่ขับรถกันมานานๆคงอาจจะเจอกับเหตุการที่เราขับรถบนถนน ขับๆไปโดยเฉพาะหน้าฝน มักจะเจอกับเหตุที่โดนน้ำจากรถคันอื่นกระเด็นสาดขึ้นมาบนกระจกหน้า ขนาดแค่นิดเดียวบางคนยังตกใจทำอะไรไม่ถูก แล้วถ้าโดนแบบเต็มๆน้ำมามิดคันรถเราเลย กระจกหน้าเราเต็มไปด้วยน้ำมองอะไรไม่เห็นเลยอย่าว่าแต่ข้างหน้าเลย ข้างๆยังมองไม่เห็นเลย


ถ้าเจอกับเหตุการแบบนี้เราควรจะทำยังไง เหตุการน้ำสาดกระจกแบบเบานี่เจอบ่อยแต่แบบที่เจอแบบต่อเนื่องหลายวินาทีนี่สองครั้งประมาณ 5-7 วินาที 

-ครั้งแรกนี่เจอแถวนนทบุรี เส้นปากเกร็ดตอนนั้นถนนยังไม่ได้ทำใหม่ ช่วงฝนตกหนักผ่านไปแล้วเหลือแต่ฝนพลำๆ จะขับแซงรถเมล์แต่ช่วงที่กำลังแซงดันไปเจอช่วงน้ำขังตรงรถเมล์วิ่งพอดี โดนเข้าไปเต็มกระจกมองไม่เห็นทางแต่ยังดีที่เปิดที่ปัดน้ำฝนเบอร์ 1 ไว้ แต่ก็มองไม่เห็นอยู่ดีก็รีบสับก้านน้ำฝนไปสุด Speed ก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดี ประกอบกับตอนนั้นคิดว่าคงระยะไม่ไกลน้ำน่าจะหมดได้แล้วแต่... มันไม่หมดเลยทำให้ผมต้องยกคันเร่งขึ้นครึ่งหนึ่ง ที่ไม่ยกหมดเพราะกลัวรถหยุดจากแรงต้านของน้ำและผมก็ไม่เห็นรถคันหลังด้วย แต่หลังจากยกคันเร่งแล้วรถเมล์ก็ขึ้นหน้าไปทำให้น้ำที่กระจกผมเบาลงจนหมด แต่ที่รถเมล์วิ่งไปนี่น้ำก็ยังคงสาดยาวไปอีกหลายเมตร เรียกง่ายๆว่ามันไม่ใช่น้ำขังแล้วแต่มันท่วมยาวในเลนของรถเมล์ เหตุการนั้นผ่านไปด้วยดี


-ครั้งที่สองแถวคลองปะปา ฝนตกหนักอีกเช่นกันแต่ตอนนั้นเหลือปัดน้ำฝนเบอร์หนึ่งเหมือนเดิม ช่วงขับผ่านไฟแดงขับก็ไม่ได้เร็วมากเพราะผ่านไฟแดงมาคู่กับรถคันอื่นเจอน้ำขังอีกแต่ชลอแล้วนะ ผลคือสาดน้ำเข้าไปที่รถคันข้างๆ แล้วคันข้างๆก็สาดมาหาผมเหมือนกัน แต่ผมทำได้แค่ชลอเพราะอยู่คันหน้ากันทั้งคู่มองทางไม่เห็นแต่ยกคันเร่งหมดไม่ได้เพราะมีรถตามมาติดๆ ถึงแม้ว่ารถจะวิ่งไม่เร็วแต่น้ำก็ท่วมคันรถเพราะช่วงนั้นของไฟแดงพอเลี้ยวมาจากไฟแดงรถผมที่ออกมาจากเลนเลี้ยวทางขวา ส่วนอีกคันมาจากทางตรงแต่เลี้ยวมาทางขวาทางเดี่ยวกันแล้วมาเจอกับน้ำทันที แต่ในส่วนของผมก็ขับตรงมาจนหมดน้ำแล้วก็ขับต่อมาเลยผ่านไปด้วยดี ทั้งสองเหตุการที่โดนน้ำบังกระจกกินเวลาพอสมควร

แต่นั่นไม่สำคัญเพราะไม่ว่าคุณขับรถไปเจอกับอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสติและสิ่งที่คนขับรถควรมีคือการมองทางข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ สังเกตุสิ่งแวดล้อมต่างๆเอาไว้แต่น้ำนี่บอกตรงๆบางครั้งมองไม่เห็น แต่สิ่งที่ช่วยเราได้คือการที่เรารู้ว่าถนนข้างหน้าเราเป็นอะไรทางตรงหรือโค้ง ถ้าทางตรงก็ไม่อยากแค่ถือพวงมาลัยให้ตรง ปรับความเร็วให้พอเหมาะที่จะทำให้เราปลอดภัยที่สุด ยิ่งถ้ารู้ว่าไม่มีรถตามยิ่งง่ายแต่ถ้ามีรถตามเราต้องรักษาความเร็วไว้ระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้โดนชนท้าย ไม่ตกใจปล่อยพวงมาลัย เร่งความเร็วที่ปัดน้ำฝน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราผ่านเหตุการทั้งหลายไปได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุได้

ฉนั้นนักขับรถที่ดีต้องสังเกตุและจดจำเส้นทางแล้วก็สิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งจะช่วยเราได้เมื่อเกิดเหตุคับขันขึ้นมาในตอนนั้นเราจะแก้สถานะการณ์ได้ดีว่าการที่เราจะหวังพึ่งดวงอย่างเดียว


ไม่มีความคิดเห็น:

Google+ Followers