วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

การทำงานของแม่ปั๊มเบรค

สวัสดีครับ วันนี้ลองมาดูการทำงานของระบบเบรคกัน โดยเฉพาะแม่ปั๊มเบรคว่ามันทำงานยังไง ซึ่งก็เป็นหลักการง่ายๆไม่ได้ซับซ้อนอะไร ที่เขียนบทความนี้ก็ไม่ให้จะให้ข้อมูลวิชาการอะไรมากเท่าไหร่ แต่จะเอาแบง่ายๆพอเข้าใจ เพื่อที่ว่าคนไม่มีความรู้เรื่องรถเลยอ่านแล้วพอจะเข้าใจได้บ้าง

เผื่อเวลาเอารถไปซ่อมในเรื่องของเบรค จะได้พอนึกภาพออกเวลาที่ช่างอธิบายว่าจะทำอะไรกับรถของเราบ้างครับ ก่อนอื่นมาดูหน้าตาของแม่ปั๊มเบรคกันก่อนว่าหน้าตาประมาณไหน ตามรูปเลยครับ มีกระป๋องน้ำมันเบรคอยู่ด้านบนส่วนด้านล่างเป็นโลหะสีขาวๆเป็นชุดไฮโดรลิคที่เรียกว่าชุดแม่ปั๊มเบรค









ชุดแม่ปั๊มเบรค
แม่ปั๊มเบรคเป็นชุดไฮโครลิคที่ถูกนำมาใช้กับรถยนต์ ที่เห็นได้ชัดๆก็คือเบรค เพราะเบรคทุกคนต้องรู้จักแน่นอนทุกคนที่ขับรถเป็นต้องเคยใช้แน่นอน นั้นเพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับชลอความเร็วหรือหยุดรถของเรานั่นเอง ส่วนหน้าตาและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ประกอบเป็นระบบเบรคนั้น มีหน้าตาอย่างไรและมันอยู่ตรงไหนเราลองมาดูกันครับ

แม่ปั๊มเบรคมีกันอยู่สองแบบ

1.แบบแม่ปั๊มเดี่ยว (single) แม่ปั๊มเดี่ยวตัวก็จะสั้นๆมีชุดลูกสูบแค่ชุดเดียวเมื่อเวลาเราเหยียบเบรค ลูกสูบก็จะไปดันน้ำมันให้ไปผลักชุดสูกสูบของเบรคแต่ละล้อให้ทำงาน ผ้าเบรคก็จะจับพร้อมกันหนักเบาอยู่ที่น้ำหนักที่เรากดลงไปด้วย แต่ระบบแบบนี้ปัจจุบัญแทบจะไม่เห็นเลยเพราะข้อด้อย คือถ้าเมื่อไหร่ระบบมีการรั่วเบรคก็จะไม่ทำงานทั้งสี่ล้อคือเบรคหายไปเลย มันจึงไม่ค่อยปลอดภัยในการนำมาใช้งาน


แบบแม่ปั๊มเดี่ยว

การทำงานแบบวงจรเดี่ยว
2.แม่ปั๊มแบบคู่ (double) แบบนี้มีการทำงานแยกออกจากกันเป็นอิสระต่อกันเป็นสองวงจรแยกชัดเจน จะว่าทำมาเพื่อแก้ปัญหาของแบบเดี่ยวเลยก็ว่าได้ คือเมื่อระบบมีการรั่วระบบนึงทำงานไม่ได้แต่อีกระบบนึงยังคงสามารถทำงานได้อยู่ เราก็จะยังมีโอกาสที่จะหยุดรถได้ จึงเพิ่มความปลอดภัยให้ขับผู้ขับขี่มากขึ้นนั่นเอง แบบนี้จึงเป็นแบบที่ใช้อย่างแพร่หลายจนปัจจุบัน

แม่ปั๊มแบบคู่

วงจรระบบเบรคแบบสองวงจร

ทีนี้พอรู้จักแม่ปั๊มเบรคแล้วเราก็มาทำความรู้จักเบรคกัน เบรคก็มีด้วยกันสองแบบ

-แบบแรกเป็นดิสเบรค ดิสเบรคน่าจะเป็นที่รู้จักกันดีเพราะรถส่วนใหญ่จะมองเห็นเจ้าดิสเบรคได้ชัดเจนจากล้อคู่หน้า ยิ่งถ้าใส่แม๊กแต่งหน่อยก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าหน้าตาหล่อเพียงใด การทำงานก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเมื่อเราเหยียบเบรค น้ำมันจากแม่ปั๊มก็จะมาดันลูกสูบให้ไปกดผ้าเบรคด้านที่ติดกับลูกสูบ ไปชนจานดิสด้านหนึ่งทางฝั่งลูกสูบส่วนผ้าอีกฝั่งหนึ่งจะถูกคาร์ริปเปอร์กด ทำให้ผ้าเบรคทั้งสองบีบเข้าหากันแล้วกดจานเบรคเกิดความฝืดและความร้อน ล้อก็จะหยุดหมุน

ดิสเบรค
-แบบที่สองเป็นดรัมเบรค อันนี้จะมองเห็นแค่เห็กกลมๆถ้าใครไม่รู้จักก็จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร หลักการก็จะใช้วิธีดันลูกสูบที่อยู่ตรงกลางมีแกนต่อไปชนกับผ้าเบรคทั้งสองข้าง ถ่างออกพร้อมๆกันผ้าเบรคก็จะถูกดันให้ไปผลักกับขอบดรัม เกิดความฝืดและความร้อนล้อก็จะหยุดลงได้เช่นกัน
ดรัมเบรค
ทีนี้เพื่อนๆหรือคุณผู้หญิงก็น่าจะพอรู้จักกับเบรคแล้วนะครับว่าหน้าตาหรือการทำงานเป็นแบบไหน
สุดท้ายเพื่อให้เห็นภาพก็ลองดู VDO ประกอบจะทำให้นึกตามได้ง่ายขึ้นครับ


Read more >>

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #3

ตอนสุดท้ายคลายเหงา ด้วยสาวๆน่ารัก ใครสนใจจะมานั่งหน้ารถเรามั่งไหมน้า... หรือแต่จะมีก็แต่ อาม่าข้างกาย แม่ยายข้างหลัง แม่คุณบีบคอ ก็แล้วแต่บุญทำกรรมแต่งกันนะ พี่น้องเอ้ย...

















มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #1



Read more >>

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #2

มาต่อตอนที่สองกันเลยสำหรับภาพสาวๆที่สร้างความกระชุ่มกระชวยได้ดีทีเดียว ของสวยๆงามๆมักคู่กับรถเสมอยิ่งรถสวยด้วยหัวใจยิ่งพองโตไม่รู้คราย ลืมตัวกลัวตายกันไปเลยทีเดียว... "ว่าไปเลื่อย"












มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #1

Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #1

สวัสดีครับ ช่วงนี้เครียดๆจากหลายเรื่องไม่ว่าทั้งเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเรื่องรถติดรถ ถึงเวลาต้องตรวจเช็คตรวจซ่อมรถ เงินไม่พอหรือรถมีปัญหากลัวซ่อมไม่จบและอีกหลายเรื่อง สำหรับเรื่องรถวันนี้เลยขอรวบรวมสาวสวยจากวงการรถยนต์มาแก้เครียดกันบ้างดีกว่า











Read more >>

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

ทัศนวิสัยไม่ดีขับรถยังไงให้ปลอดภัย

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์เรื่องการขับรถให้ปลอดภัยยังไงถ้า ทัศนวิสัยในระหว่างขับรถนั้นไม่ดี เช่น ตอนฝนตกเราควรจะขับรถแบบไหนถึงจะปลอดภัย กลับถึงบ้านพบหน้าลูกเมียสุดที่รักได้

อย่างกับตอนฝนตกเอาแบบตกพรำๆก่อนแล้วกัน ฝนตกพรำๆดูเหมือนไม่มีอะไรและนั่นก็ทำให้คนใช้รถหลายคนขับด้วยความเร็วสูงอยู่ อันตรายของการขับรถในขณะฝนตกโปรยๆเลื่อยๆนั้น จะทำให้ถนนเปียกแต่ถนนที่เปียกนั้นตอนมันแห้งมันก็จะมี ฝุ่น เศษดินอยู่ด้วย แล้วทีนี้พอมาเจอน้ำฝนเข้าไปก็กลายเป็นโคลนลื่่นๆ

ลื่นแค่ไหนคนขับรถยนต์หลายคนอาจจะไม่รู้แต่ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์จะรู้เลยว่ามันลื่น ถึงขนาดที่ขับมาดีๆแล้วรถสไลด์ล้มไปเฉยๆเลยซะอย่างนั้น

แล้วทีนี้รถยนต์ล่ะ หลายคนที่ขับรถมานานๆจะรู้ว่าถนนเปียกจะทำให้ผิวถนนลื่นถ้าใช้ความเร็วมากๆจะทำให้รถเสียหลักลงข้างถนนได้ง่ายๆ เราต้องเลือกใช้ความเร็วที่เหมาะสมไม่เร็วจนเกินไปและเราสามารถควบคุมรถของเราได้ 100% เราก็จะปลอดภัย

หลังจากฝนพรำๆแล้วทีนี้เจอฝนหนักล่ะ หนักมากๆส่วนใหญ่มักหาที่จอดพักรถครับเพราะอันตรายมากสำหรับฝนตกหนักๆเพราะมองไม่เห็นทาง แต่ถ้าหากไม่มีที่ให้จอดหลบล่ะ ก็ต้องขับต่อไปและรถปัญจุบันนี้ส่วนใหญ่มีไฟตัดหมอก จังหวะนี้เปิดใช้เลยครับศึกษาคูมือการใช้งานการปิดเปิดให้ถูกต้อง หรือถ้ารถรุ่นเก่าๆหน่อยอาจจะไม่มีไฟตัดหมอกก็สามารถเปิดไฟได้เช่นกัน แต่ที่ไม่ควรทำคือเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งขณะฝนตก

น่ะแต่หลายคนอาจจะบอกควรเปิด แต่เจ้าไปฉุกเฉินนี่จะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถคันอื่นได้ หรือบางคนอาจจะบอกไม่สับสนกลับปลอดภัยด้วยซ้ำอันนั้นก็ไม่เป็นไร แต่ไฟฉุกเฉินทำให้เราสับสนยังไงล่ะ
-อย่างแรกเลยคือกวนสายตาคนขับรถคันอื่นเพราะตอนฝนตกต้องเพ่งการมองเพราะมองไม่ค่อยเห็นถนน
-ต่อมาก็เวลาเปลี่ยนเลนหรือเปลี่ยนช่องทาง รถคันอื่นไม่รู้ว่ารถเราจะไปทางไหน
-เมื่อฝนตกหนักแน่นอนมันก็อาจจะมีรถเสียแล้วรถเสียก็ต้องเปิดไฟฉุกเฉินไว้เพื่อเตือนรถคันอื่นว่ารถเสีย มีหลายครั้งที่ฝนตกหนักแต่ก็ยังมีรถใช้ความเร็วอยู่แล้วก็ไม่รู้ว่ารถจอดเสียอยู่ ก็คิดว่ารถวิ่งอยู่ก็ชนเข้าให้ หรือต่อให้รู้ว่ามีรถเสียจอดอยู่ข้างหน้าและจะหักหลบ คันหลังก็ไม่รู้ว่าเราจะหักหลบและบังเบิญเราเร็วได้คนอื่นเขาก็เร็วได้มาเจอกันก็ชนกันได้

เพราะฉนั้นฝนตกหนักๆเราควรจะเปิดไฟเพื่อให้เพื่อนร่วมทางพอสังเกตุเห็นได้ แล้วก็ใช้ความเร็วให้ช้าที่สุดแล้วเว้นระยะไว้ห่างๆจากคันหน้าเท่านี้เองก็จะทำให้เราปลอดภัยในการขับขี่รถ โดยเฉพาะถนนต่างจังหวัดที่รถไม่ค่อยมีมากเท่าไหล่นัก แล้วผมก็เห็นรถหลายคันวิ่งฝ่าสายฝนที่ตกหนักด้วยความเร็วอยู่ แล้วก็หลายคนที่กลับไม่ถึงบ้านเพราะการใช้ความเร็วไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มั่นใจในระบบของรถที่ขับอยู่ว่าสามารถเอาอยู่

แต่ไม่มีอะไรในโลก 100% เอาระบบพวกนั้นไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจริงๆไม่กี่ครั้งดีกว่าที่เราจะไปทำให้มันทำงานตลอด แล้วความประมาทก็จะเข้ามาครอบงำเราในที่สุด

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนักขับทั้งมือเก่ามือใหม่นะครับ
Read more >>

Google+ Followers