วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คันเร่งไฟฟ้า

ระบบคันเร่งไฟฟ้าหรือ Electronic throttle control (ETC) เป็นเทคโนโลยีของรถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ทั้งนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีควบคุมการเร่งความเร็วรอบของเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า แทนการใช้สายคันเร่งในแบบเก่า คือเมื่อก่อนคันเร่งที่เราเหยียบลงไปจะถูกเชื่อมต่อไปที่ลิ้นปีกผีเสื้อหรือวาล์วควบคุมอากาศไหลเข้าเครื่องมากหรือน้อยก็คือการเร่งเครื่องสูงหรือต่ำนั่นเอง แต่ถูกเชื่อมต่อด้วยสายสริงหรือที่เรียกว่าสายคันเร่งนั่นเอง

แต่ปัจจุบันสายคันเร่งถูกถอดออกไปและถูกแทนด้วย (ETC) เมื่อเราเหยียบคันเร่งลงไปที่ตัวของคันเร่งที่อาจจะประกอบไปด้วยเซ็นเซอรืหนึ่งหรือมากกว่าสองตัวก็จะส่งสัญญาณผ่านกล่องควบคุมเครื่องยนต์ engine control module (PCM หรือ ECM) เพื่อไปเปิดวาล์วควบคุมอากาศหรือลิ้นปีกผีเสื้อเรียกว่า electronic throttle body (ETB)




โดยที่กล่อง ECU ของเครื่องจะรู้ตำแหน่งของคันเร่งว่าอยู่ที่ตำแหน่งไหนโดย (PCM หรือ ECM) เป็นตัวบอกว่าอยู่ที่ตำแหน่งเร่งมากหรือน้อยและคำนวนร่วมกับเซ็นเซอร์อื่นๆ เช่น ความเร็วรอบ ความเร็วของรถ ก็จะส่งสัญญาณให้ปรับตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อให้เปิดมากหรือน้อยด้วยการคำนวนของ ECM นั่นเอง

ประโยชน์ของคันเร่งไฟฟ้าที่มันถูกเลือกนำมาใช้งานคือ เพื่อให้การทำงานของเครื่องยนต์หรือการเข้าเกียร์มีความสัมพันกันแบบไหลลื่นนั่นเอง โดยอาจจะนำเอาค่าอื่นๆมาคำนวนด้วยเช่นค่าความร้อนความเร็วรอบ ความเร็วของรถแรงบิดของเครื่อง ทั้งหมดก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่นั่นเอง

เช่นเคยด้วย VDO ข้างล่างจะทำให้เห็นภาพของชุดเปิดปิบลิ้นปีกผีเสื้อกัน

Read more >>

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ขับรถหน้าหนาวนี้ให้ปลอดภัย

สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็ไกล้แล้วนะครับสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า หลายคนคงเตรียมตัวเที่ยวปีใหม่กันหลายคนคงเตรียมขึ้นเหนือกันในช่วงหนาวนี้เพื่อไปสัมผัสกับอาการหนาวและทะเลหมอกที่สวยงาม สำหรับคนที่ขับรถขึ้นไปเองคงหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับที่ระหว่างขับรถนั้นจะต้องเจอกับสายหมอกที่หนาทึบในช่วงหน้าหนาว ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยไปถึงที่หมายกันทุกคน



ขับรถฝ่าสายหมอกอย่างไรให้ปลอดภัยและควรจะเตรียมตัวยังไง

  1. ขั้นแรกเลยตรวจเช็ครถก่อนไม่ว่าจะเป็นยางช่วงล่างของเหลวต่างๆจัดการให้เรียบร้อยขับรถทางไกลจะได้ไม่มีปัญหาระหว่างทาง
  2. ระบบปรับอากาศควรจะต้องทำให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีเพราะมีผลเป็นตัวช่วยคุมอุณหภูมิของภายในรถและนอกรถของเราได้ มีผลกับเรื่องของไอน้ำที่จะมาเกาะกระจกของเราทำให้รบกวนการมองห็นของเราได้ ไม่ว่าจะหน้าหนาวหรือหน้าฝนก็ตาม
  3. ระบบไฟตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีทุกดวงเพราะไฟจะช่วยให้รถคันอื่นมองรถของเราเห็นได้และข้อนี้ล่ะที่มีความสำคัญสำหรับการขับรถในสายหมอกให้ปลอดภัย
การขับในช่วงหมอกลงจัดไฟหน้าและไฟท้ายมีความสำคันมากหรือถ้าใครมี ไฟตัดหมอก ก็จะได้ใช้กันในคราวนี้ เพราะอะไรไฟจึงมีความสำคัญขนาดนี้

เมื่อเวลาที่เราขับรถในช่วงที่หมอกลงจัดถ้าไม่มีที่สำหรับจอดพักที่ปลอดภัยจริงๆก็ควรขับต่อไปจนเจอที่ๆจะจอดได้จริงๆ แต่ถ้าเราต้องขับรถไปในพายุหมอกที่ว่านี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องการใช้ความเร็วอย่าขับเร็วเนื่องจากการมองเห็นได้ในระยะไม่กี่เมตรการขับรถด้วยความเร็วเสี่ยงมากไม่ว่ากับตัวเราเองหรือคนอื่นที่ใช้ถนนร่วมกับเรา สำหรับบนถนนที่มีรถพอสมควรจะขับได้ง่ายกว่าถนนที่ไม่ค่อยมีรถ


เพราะถนนที่เราขับไปกับเพื่อนร่วมทางพร้อมๆกันเราสามารถขับรถทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยโดยสังเกตุจากไฟท้ายของคันหน้าของเรานั่นเอง ไฟท้ายของรถคันหน้าทำให้เรามองเห็นเขาได้ในระยะหลายเมตรเลยทีเดียว เราก็แค่ขับตามเขาไปโดยยึดเส้นถนนเป็นหลักแต่ถ้ายึดเส้นทางซ้ายเราต้องระวังรถเล็กอย่างมอเตอร์ไซด์หรือคนที่มักจะใช้ไหล่ทางเอาไว้ด้วย ที่สำคัญอีกอย่างก็ต้องระวังหลังด้วยเช่นกันเพราะกระจกมองข้างหรือมองหลังจะมองรถคันที่อยู่ข้างหลังจะไม่ค่อยชัดเจนฉนั้นเมื่อจะทำอะไรไม่ว่าจะเบียงซ้ายหรือขวาให้สัญญาณและมองหลังด้วยครั้งทุกครับ


แล้วที่ผมว่าขับรถบนถนนที่ไม่ค่อยมีรถหรือรถไม่หนาแน่นแต่มีมาเลื่อยๆ แบบเว้นระยะนานบางทีเป็นนาทีๆ กว่าจะมีซักคันขับผ่านเรา ขับรถบนถนนแบบนี้ต้องระวังมากเพราะอาจจะเนื่องด้วยไม่มีรถให้เราขับตามเราต้องยึดเส้นขอบทางให้ดี ระวังรถหรือคนในทางข้างหน้าที่จะไม่มีอะไรให้เราสังเกตุได้จะเห็นก็ต่อเมื่อไกล้ถึงแล้วนั่นเอง แล้วรถที่ตามมาข้างหลังบางคันมาด้วยความเร็วสูงบนถนนที่ว่านี้แต่ยังขับเร็วมาก หรือบางครั้งสังเกตุไม่เห็นรถบนกระจกมองหลังหรือกระจกมองข้างโดยเฉพาะบางคันใช้แค่ไฟหรี่ขับตามมาข้างหลังเราจะมองไม่เห็น ฉนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราขับรถด้วยความเร็วที่ไม่มากเราจะควบคุมทุกอย่างได้และสามารถพาตัวเราหรือคนที่รักไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย

สุดท้ายขอให้ทุกคนมีความสุขกับครอบครัวและคนที่รักเดินทางปลอดภัยทุกท่านทุกคนนะครับ
Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

GPS Tracker ติดตามรถยนต์

สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงรถยนต์ในบ้านเราทุกวันนี้นั้นกับจำนวนที่มากมายบนท้องถนน ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของก็กว่าจะหารถมาใช้ซักคันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักกว่าจะผ่อนกันหมดบางทีกินเวลายาวนานหลายปี ของที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของทุกคนใครๆก็รักและเป็นห่วงรถคู่ใจกันทั้งนั้น แน่นอนในเมื่อรถเยอะแยะมากมายปัญหาหนึ่งที่น่ากลัวสำหรับเจ้าของรถคือ เราหายหรือกลัวรถถูกขโมย


ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีเจ้า GPS ที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายและราคาถูกลงในปัจจุบันนี้ จึงทำให้มันเป็นที่นิยมนำมาใช้งาน โดยเฉพาะนำมาใช้กับรถยนต์หรือแม้แต่กระทั่งมอเตอร์ไซด์ก็ตาม เจ้า GPS ติดตาม นี้ก็สามารถนำไปใช้งานได้ โดยข้อดีคือสามารถบอกตำแหน่งของรถเราได้ว่าอยู่ที่จุดไหนของโลก บอกความเร็วของรถว่าอยู่ที่ความเร็วเท่าไหร่ เตือนเมื่อมีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่เรากำหนด เตือนเมื่อออกนอกเส้นทางหรือบางรุ่นใช้ดักฟังเสียงสนทนาได้อีกซึ่งทำให้เรามีโอกาสติดตามรถของเราได้นั่นเอง เรียกได้ว่าครบคลันกันเลยทีเดียว แล้วเราจะนำเจ้า GPS Tracker ที่ว่านี้ไปใช้ทำอะไรได้อีกนอกจากป้องกันรถหาย

บริษัทห้างร้านต่างๆที่มีรถยนต์ที่พนักงานต้องใช้งานขับออกไปทุกวัน สามารถเช็คเส้นทางเดินรถได้ว่าพนักงานออกนอกเส้นทางหรือไม่ มีการจอดรถที่จุดใดจุดหนึึ่งเป็นเวลานาน ขับรถเร็วไหมทำให้เรามีข้อมูลมาวิเคราะห์ได้

สำหรับคนที่มีลูกแล้วซื้อรถให้ลูกขับควรที่จะติดไว้เลยไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ เราจะรู้ว่าลูกเราขับรถเร็วหรือไม่เมื่อเราไม่ได้อยู่ด้วยออกไปแข่งรถหรือไม่ ออกจากบ้านไปเรียนหนังสือหรือเปล่าออกนอกเส้นทางไปที่ไหนบ้าง ทำให้พ่อแม่พอจะรับรู้พฤติกรรมของลูกได้ว่ากำลังทำอะไรก็ถือว่าช่วยได้พอสมควร

ยิ่งกว่านั้นเรายังสามารถนำเจ้า GPS นี้ไปประยุกใช้ได้อีหหลายอย่างตามความต้องการของเรา เช่นติดตามของที่เราส่งให้ใครก็ได้เพื่อดูว่าของถึงมือผู้รับแล้วหรือยังเป็นต้น

Read more >>

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

10 อันดับของสัตว์ที่มักเจอบนถนน

สวัสดีครับ วันนี้ขับรถไปบนถนนแล้วคิดถึงคนรักสัตว์ขึ้นมาเลย แน่นอนการที่เราขับรถไปตามท้องถนนในที่ต่างๆ โดยเฉพาะในตามเส้นทางต่างจังหวัด เรามักจะเจอกับสัตว์ต่างๆที่จะมาเจอกับเราบนถนน วันนี้ผมจะขอเรียงลำดับความยากที่จะคาดเดาของสัตว์ที่เราจะเจอบนถนนกัน แน่นอนคงไม่มีใครอยากจะชนสัตว์เหล่านี้แน่ถ้ามันไม่สุดวิสัยจริงๆ

ลองมาดูว่า 10 อันดับนั้นจะมีอะไรกันบ้าง

  1. ไก่ ตั้งแต่ผมขับรถมาไม่ว่าจะรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์สัตว์ที่ผมคิดว่าคาดเดามันยากที่สุดคือไก่ เพราะอะไรลองดูว่าจริงไหมครับ ในเวลาที่เราขับรถไปถ้าเจอไก่ อยู่บนถนนเราขับไปจะถึงบีบแตร์ก็แล้วมันก็ดูเหมือนจะหนีแต่พอขับไปถึง บางครั้งมันหนีไปข้างทางแล้วนะแต่กลับหลังหันมาตัดหน้ารถซะงั้นถ้าชลอทันก็รอดไม่ทันก็ทับ หรือไม่ก็วิ่งนำหน้ารถเราซะงั้น หรือวิ่งวนหันหน้าหันหลังอยู่อย่างนั้น หรือไม่ก็กระโดดบินเข้าหน้ารถโดนชนไปหลายตัว สรุปผมให้ไก่อันดับหนึ่งเพราะเจอมันที่ไรปวดหัวทุกที คือไม่อยากจะชนจะทับแต่มันวอนเหลือเกิน เฮ่อ...
  2. เป็ด นี่จะดีกว่าไก่หน่อยคือบีบแต่มันยังวิ่งหนีแต่ถ้ามาเป็นฝูงก็ต้องรอให้มันข้ามไปก่อนจะดีกว่า
  3. นก นกนี่ไม่ปวดหัวกับมันเพราะมันบินมาชนเลย ส่วนใหญ่เข้ากระจกหน้ามีบ้างเข้ากระจังหน้าบ้าง ผลคือชนเต็มๆเพราะไม่รู้มันมาจากไหน อยู่ๆก็ตุ๊บลอยละลิ่วไปเลย
  4. กบ คางคก อึ่งอ่าง พวกนี้ถ้าอยู่แถวชานเมืองไปแล้วละก็จะเจอช่วงฝนตกนี่แหล่ะกลางคืน เหยียบเป็นว่าเล่นเลยเพราะเยอะมากกระโดดเข้าล้อเลย
  5. งู นี่ก็เป็นอะไรที่เจอแล้วก็ไม่รู้จะไปทางไหน คือถ้าเลื้อยพ้นก็คือพ้นแต่ถ้าไม่พ้นก็เต็มๆ
  6. หนู สำหรับใครที่ขับรถแถวนอกเมืองหน่อย อาจจะได้เจอกับเจ้าหนูในขณะที่เราขับมาด้วยความเร็ว พุ่งออกทาจากพงหญ้าข้างทางด้วยความเร็วเช่นกันและถ้าเราเห็นอย่างนั้นแล้ว ผลมักจะชนกับเจ้าหนูอย่างจังเกือบทุกครั้งแล้วเจ้าหนูที่ว่าก็ไม่ใช่ตัวน้อยๆเลย ยังไงมือใหม่ก็อย่าได้ตกใจก็แล้วกัน
  7. ค้างคาว สำหรับเจ้าค้างคาวอาจไม่ได้เจอบ่อยแต่ถ้าขับรถในตอนกลางคืน ถ้าเจอก็แสดงว่าชนมันเข้าให้แล้วอาจจะเห็นที่กระจกหน้าด้วยซ้ำแล้วก็ปลิวหายไป ก็อาจจะทำให้ตกใจได้ยิ่งถ้าใครได้เห็นหน้าเจ้าค้างคาวด้วยแล้วอาจจะ กรี๊ตๆ...ได้เลย
  8. หมา เจ้านี่พอจะเดาทางได้ถ้าใครขับรถแล้วเจอหมา ถ้ามันกำลังจะข้ามถนนก็ดูว่ามันจะไปทางไหนยกคันเร่งซะหน่อยแล้วปล่อยให้มันข้ามไปตามทางของมันอย่าบีบแตร์เพราะมันจะหันหลังกลับ แต่ถ้าเจอกำลังจะข้ามแต่ยังไม่ลงมาบนถนนคือยังอยู่บนเกาะกลางหรือแบบลังเลข้ามดีไม่ข้ามดีก็บีบแตร์ไปซะมันก็จะไม่วิ่งลงมาเพราะมันจะกลัว แต่ถ้าเจอหมาวิ่งกวดกันมาก็บีบแตร์เลยแต่ก็อย่าไว้ใจนะควรชลอไว้ดีที่สุดห่างได้ก็ห่างเพราะมันพร้อมที่จะตัดหน้าได้ทุกเมื่อ
  9. แมว สำหรับแมวนี่ส่วนใหญ่จะยืนนิ่งๆอยู่ข้างทางแต่ก็มีบ้างที่วิ่งตัดหน้ามาจากไหนไม่รู้เลยเพราะเร็วมาก ไม่รู้ว่าวิ่งไล่อะไรหรือยังไงแต่เคยชนครั้งหนึ่งแต่ตอนนั้นขับมอเตอร์ไซด์ชนเต็มๆแล้วก็วิ่งไปต่อ
  10. วัว เจ้าวัวนี่มักเจอตามต่างจังหวัดโดยปรกติถ้ามันไม่ตื่นอะไรมามันก็จะไม่ตัดหน้ารถเรา อย่างเก่งก็เดินข้ามถนน พยายามอย่าไปบีบแตร์ไล่เพราะมันจะตกใจวิ่งตื่นไม่มีทิศทางไปเปล่าๆ
เป็นยังไงบ้างครับที่ว่ามาทั้งหมดพอจะเข้าเค้ากันบ้างไหมครับ ว่าที่เราขับรถอยู่ทุกวันทุกปีเราได้เจอกับอะไรมาบ้าง
Read more >>

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รถคันอื่นน้ำสาดขึ้นกระจกเราทำยังไง

สวัสดีครับ สำหรับใครที่ขับรถกันมานานๆคงอาจจะเจอกับเหตุการที่เราขับรถบนถนน ขับๆไปโดยเฉพาะหน้าฝน มักจะเจอกับเหตุที่โดนน้ำจากรถคันอื่นกระเด็นสาดขึ้นมาบนกระจกหน้า ขนาดแค่นิดเดียวบางคนยังตกใจทำอะไรไม่ถูก แล้วถ้าโดนแบบเต็มๆน้ำมามิดคันรถเราเลย กระจกหน้าเราเต็มไปด้วยน้ำมองอะไรไม่เห็นเลยอย่าว่าแต่ข้างหน้าเลย ข้างๆยังมองไม่เห็นเลย


ถ้าเจอกับเหตุการแบบนี้เราควรจะทำยังไง เหตุการน้ำสาดกระจกแบบเบานี่เจอบ่อยแต่แบบที่เจอแบบต่อเนื่องหลายวินาทีนี่สองครั้งประมาณ 5-7 วินาที 

-ครั้งแรกนี่เจอแถวนนทบุรี เส้นปากเกร็ดตอนนั้นถนนยังไม่ได้ทำใหม่ ช่วงฝนตกหนักผ่านไปแล้วเหลือแต่ฝนพลำๆ จะขับแซงรถเมล์แต่ช่วงที่กำลังแซงดันไปเจอช่วงน้ำขังตรงรถเมล์วิ่งพอดี โดนเข้าไปเต็มกระจกมองไม่เห็นทางแต่ยังดีที่เปิดที่ปัดน้ำฝนเบอร์ 1 ไว้ แต่ก็มองไม่เห็นอยู่ดีก็รีบสับก้านน้ำฝนไปสุด Speed ก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดี ประกอบกับตอนนั้นคิดว่าคงระยะไม่ไกลน้ำน่าจะหมดได้แล้วแต่... มันไม่หมดเลยทำให้ผมต้องยกคันเร่งขึ้นครึ่งหนึ่ง ที่ไม่ยกหมดเพราะกลัวรถหยุดจากแรงต้านของน้ำและผมก็ไม่เห็นรถคันหลังด้วย แต่หลังจากยกคันเร่งแล้วรถเมล์ก็ขึ้นหน้าไปทำให้น้ำที่กระจกผมเบาลงจนหมด แต่ที่รถเมล์วิ่งไปนี่น้ำก็ยังคงสาดยาวไปอีกหลายเมตร เรียกง่ายๆว่ามันไม่ใช่น้ำขังแล้วแต่มันท่วมยาวในเลนของรถเมล์ เหตุการนั้นผ่านไปด้วยดี


-ครั้งที่สองแถวคลองปะปา ฝนตกหนักอีกเช่นกันแต่ตอนนั้นเหลือปัดน้ำฝนเบอร์หนึ่งเหมือนเดิม ช่วงขับผ่านไฟแดงขับก็ไม่ได้เร็วมากเพราะผ่านไฟแดงมาคู่กับรถคันอื่นเจอน้ำขังอีกแต่ชลอแล้วนะ ผลคือสาดน้ำเข้าไปที่รถคันข้างๆ แล้วคันข้างๆก็สาดมาหาผมเหมือนกัน แต่ผมทำได้แค่ชลอเพราะอยู่คันหน้ากันทั้งคู่มองทางไม่เห็นแต่ยกคันเร่งหมดไม่ได้เพราะมีรถตามมาติดๆ ถึงแม้ว่ารถจะวิ่งไม่เร็วแต่น้ำก็ท่วมคันรถเพราะช่วงนั้นของไฟแดงพอเลี้ยวมาจากไฟแดงรถผมที่ออกมาจากเลนเลี้ยวทางขวา ส่วนอีกคันมาจากทางตรงแต่เลี้ยวมาทางขวาทางเดี่ยวกันแล้วมาเจอกับน้ำทันที แต่ในส่วนของผมก็ขับตรงมาจนหมดน้ำแล้วก็ขับต่อมาเลยผ่านไปด้วยดี ทั้งสองเหตุการที่โดนน้ำบังกระจกกินเวลาพอสมควร

แต่นั่นไม่สำคัญเพราะไม่ว่าคุณขับรถไปเจอกับอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสติและสิ่งที่คนขับรถควรมีคือการมองทางข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ สังเกตุสิ่งแวดล้อมต่างๆเอาไว้แต่น้ำนี่บอกตรงๆบางครั้งมองไม่เห็น แต่สิ่งที่ช่วยเราได้คือการที่เรารู้ว่าถนนข้างหน้าเราเป็นอะไรทางตรงหรือโค้ง ถ้าทางตรงก็ไม่อยากแค่ถือพวงมาลัยให้ตรง ปรับความเร็วให้พอเหมาะที่จะทำให้เราปลอดภัยที่สุด ยิ่งถ้ารู้ว่าไม่มีรถตามยิ่งง่ายแต่ถ้ามีรถตามเราต้องรักษาความเร็วไว้ระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้โดนชนท้าย ไม่ตกใจปล่อยพวงมาลัย เร่งความเร็วที่ปัดน้ำฝน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราผ่านเหตุการทั้งหลายไปได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุได้

ฉนั้นนักขับรถที่ดีต้องสังเกตุและจดจำเส้นทางแล้วก็สิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งจะช่วยเราได้เมื่อเกิดเหตุคับขันขึ้นมาในตอนนั้นเราจะแก้สถานะการณ์ได้ดีว่าการที่เราจะหวังพึ่งดวงอย่างเดียว


Read more >>

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ซื้อรถมือสอง ก่อนรับรถลองขับอีกซักรอบ

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาคุยกันถึงเรื่องรถมือสองกันครับ สำหรับใครๆที่มองหารถมือสองที่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะเลือกได้ไว้ใช้งานให้คุ้มค่ากันสักคัน สิ่งสำคัญนอกเหนือจากเรื่องการเลือกการดูลักษณะของรถไม่ว่าจะตัวถัง เครื่องยนต์ ช่วงล่างหรือภายในห้องโดยสารแล้วนั้น ตามความสามารถของแต่ละคน

แล้วที่สำคัญเราตัดสินใจที่จะซื้อแล้วนั้นไม่ว่าจากที่ไหน เราอาจจะต้องทิ้งเวลารับรถหลังจากที่เราได้ตกลงซื้อกันไว้โดยโดยต้องทำเรื่องกับ ไฟแนนซ์ แน่นอนครับอาจจะกินเวลาไปหน่อยกี่วันก็แล้วแต่อีก ที่่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในวันรับรถก่อนจะทำสัญญาผ่อนเราควรจะลองรถของเราอีกครั้ง

โดยทำให้เหมือนกับวันที่เราลองขับครั้งแรกที่ในวันนั้น เราอาจจะได้ขับได้ลองดูสภาพช่วงล่างอะไรแล้วนั้นและตัดสินใจว่ารถคันนั้นสภาพดี ในวันที่รับรถเราก็ควรจะลองขับให้มั่นใจว่ามันยังสภาพดีอยู่เหมือนเดิม เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะมานั่งเสียดายภายหลังจากได้ได้รถมาใช้งานแล้วสักระยะ ปัญหาที่มีอยู่กับรถของเรานั้นก็จะแสดงออกมาในทันที

เช่นโช็คตายซึ่งอาจจะเจอได้ในเวลาไม่นานนักซึ่งเป็นอะไรที่เป็นได้ง่ายหรืออาจจะเป็นในวันนั้นเลยก็ได้ เพราะของเหล่านี้ถอดเปลี่ยนยำกันได้ง่าย ซึ่งบางทีเราละเลยไม่เอะใจ ก็อาจจะพลาดได้ง่ายๆซื้อรถไปใหม่ๆต้องมาเปลี่ยนโช็คเลยหลังจากที่ขับใช้งานไปซักพักจนคุ้นมือถึงจะเอะใจ ว่ารถเราน่าจะผิดปรกติ ยังไงก็ฝากจุดเล็กๆนี้เอาใว้ให้กับเพื่อนๆที่กำลังจะหารถมือสองคันแรกไว้ใช้สักคันกันนะครับ
Read more >>

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ขับรถข้ามทางรถไฟให้ปลอดภัย

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องจราจรกันบ้างกับความปลอดภัยในการใช้ถนน เพื่อที่เราจะได้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในทุกๆวัน โดยเฉพาะใครที่ต้องสัญจรผ่านทางรถไฟเป็นประจำ เมื่อพูดถึงทางรถไฟนั้นสิ่งแรกที่ควรอยู่ในหัวของเราผู้ขับขี่รถหรือจะเดินเท้าก็ตาม ให้นึกถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ชีวิตเราและคนที่โดยสารไปด้วยนั้นต้องมาก่อนเสมอ

ผู้ขับขี่ที่ดีต้องเข้าใจกฎจราจรและไม่ประมาทเป็นอันขาด โดยเฉพาะกับรถไฟ เหล็กน้ำหนักหลายร้อยตันวิ่งถ้วยความเร็ว ขนาดสิบล้อยังแทบไม่เหลือสภาพแล้วเราล่ะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจครับ เสียเวลาเล็กน้อยดีกว่าเอาชีวิตตัวเองทั้งชีวิตและคนข้างหลังมาแลกกับเวลาแค่ไม่กี่นาที หลายคนอาจจะบอกว่าเวลามีค่าฉันรีบแต่ถ้าพลาดขึ้นมาเวลาที่ว่ามีค่าขิงเราจะเป็นศูนย์ในทันที

ฉนั้นวันนี้ผมก็จะพูดถึงเรื่องความปลอดภัยในการข้ามทางรถไฟกันก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่าทางข้ามทางรถไฟมีแบบไหนกันบ้างลองมาดูกัน

ที่กั้นทางรถไฟ
อีกแบบของที่กั้นทางรถไฟ
 -ทั้งสองแบบข้างบนเป็นแบบที่มีที่กั้นทางเวลารถไฟจะมา ก็จะมาสัญญาณทั้งไฟและเสียงพร้อมที่กั้นจะลงมาปิดเมื่อรถไฟกำลังจะมาถึง เราก็แค่จอดรอ(อย่าได้พยายามจะแทรกที่กั้นเชียวนะ)ผมเคยเห็นหลายครั้งที่บางคันพยายามที่จะดันทุรังผ่านไปทั้งที่ที่กั้นกำลังลงมาปิด
โดยแบบน้ำจะมีความปลอดภัยกับผูใช้รถมากถ้าหากผู้นั้นทราบกฎจราจรดีและไม่ประมาทก็จะสามารถผ่านไปได้แบบสบายๆ


แบบไม่มีที่กั้น

-ส่วนอีกแบบเป็นแบบไม่มีที่กั้นทาง นับว่าทางแบบนี้ล่ะที่คร่าชีวิตของคนขับรถไปนับต่อนับเลยทีเดียว แล้วก็ไม่ต้องไปโทษรถไฟเขาหรอกนะครับ เพราะทางแบบนี้มีเป็นร้อยหรือพันจุกด้วยซ้ำไป เรียกง่ายๆเป็นทางลักผ่านทางรถไฟที่ทำขึ้นเอง อาจจะของชุมชนนั้นๆชาวบ้านแถวนั้นเองซึ่งแน่นอนไม่มีที่กั้น เต็มที่ก็มีป้ายเตือนรถไฟให้ระวัง


สิ่งที่ควรทำคือเมื่อเห็นป้ายเตือนรถไฟแบบนี้ให้ชะลอความเร็วของรถเรา(ถ้าเปิดเพลงในรถอยู่ควรปิดไปก่อนเพื่อให้ได้ยินเสียงรถไฟหรือหวูดของรถไฟ ถ้าให้ปิดลดกระจกลงสักเล็กน้อย) แล้วหยุดให้ห่างจากทางรถไฟสัก 5 เมตร มองซ้ายขวาให้มั่นใจว่าไม่มีรถไฟมาแล้วค่อยไป

สิ่งที่ไม่ควรทำคือเห็นรถไฟกำลังมาแต่รู้สึกว่ายังไกลจากเรานัก ถ้าคุณคิดอย่างนั้นชีวิตของคุณ 50/50 แล้วล่ะ เพราะว่ารถไฟมองดูแล้วเหมือนแท่งเหล็กตันๆมองไกลๆดูเชื่องช้า แต่จริงๆแล้วไม่เลยเพราะเมื่อไหร่ล้อคุณขึ้นไปอยู่บนรางแล้วเมื่อมันคุณอาจจะเห็นเข้ากับแผงกันชนของมันแล้วก็ได้ แล้วเนื่องจากความใหญ่ของมันและน้ำหนักที่มากทำให้รถไฟไม่สามารถเบรคได้อย่างรถที่เราขับกัน ชนแล้วยังจะโดนลากไปอีกหลายสิบเมตรเลยกว่าจะหยุดได้ นึกไว้เสมอให้เขาไปก่อนเดี๋ยวเราก็ได้ไป


อีกเรื่องที่ผมอยากให้ระวังไว้สำหรับรถที่โหลดเตี้ยมากๆ ถ้าจะข้ามทางรถไฟแบบนี้ให้มั่นใจเลยว่าไม่มีรถไฟมาแน่นอน เพราะรถเตี่ยๆอาจจะผ่านทางรถไฟบางที่ไม่ได้เพราะรถคุณอาจจะไปคาล้อลอยอยู่บนรางรถไฟได้แล้วถ้าคุณดูไม่ได้ไม่ระมัดระวัง อาจจะฮานาก้าได้เลย...
ยังไงก็ขอให้ใช้รถกันปลอดภัยกันทุกคนนะครับ
Read more >>

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หน้าตาของเพลาขับของรถยนต์

สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงรถยนต์แล้วส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่ทำให้รถของเรานั้นวิ่งไปไหนต่อไหนได้นั้น นอกจากเครื่องยนต์และเกียร์แล้วส่วนที่จะพารถของเราเคลื่อนที่ไปได้นั้น ต้องไม่พ้นเพลาขับนั่นเองเพราะเป็นตัวรับส่งกำลังจากชุดเฟืองท้ายส่งไปยังล้อ

แน่นอนว่าไม่ได้มีแบบเดียวแน่นอน ซึ่งรถที่ใช้ในปัจจุบันก็จะมีทั้งแบบขับด้วยล้อหน้าและแบบขับด้วยล้อหลัง เช่นกันทั้งสองแบบก็ใช้เพลาขับที่มีลักษณะที่ต่างกันและตัวอุปกรณ์ที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งระบบขับหน้านั้น ส่วนใหญ่เราใช้กันกับรถเก๋ง รถที่เราใช้จะเป็นขับหน้าซะส่วนมาก ส่วนขับหลังส่วนมากเจอในรถยุโรปและรถกระบะทั้งหลายจะเป็นระบบขับหลัง

เพลาในระบบขับเคลื่อนล้อหน้า



รูปข้างต้นเป็นเพลาขับของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า


ลักษณะก็จะมีแกนเพลาที่ต่อเข้ากับข้อต่อ ซึ่งปลายข้างหนึ่งต่อมาจากชุดเฟืองท้าย ส่วนอีกข้างต่อเข้ากับดุมล้อ โดยจะมีชุดลูกปืนที่เอียงทำมุมสำหรับการเต้นขึ้นลงของล้อได้ ภายในจะอัดเต็มด้วยจารบีโดยมียางกันฝุ่นหุ้มเอาไว้เพื่อป้องกัน น้ำหรือฝุ่นทรายเข้าไปทำให้ชุดลูกปืนและตัวเสื้อตัวนอกเสียหาย

ถ้าหากยางกันฝุ่นไม่มีหรือเสียหายก็จะทำให้จารบีไหลออกหมดเมื่อโดนความร้อนหรือน้ำ จากนั้นฝุ่นก็จะเข้าไปทำให้เกิดการเสียดสีของเหล็กกับเหล็ก เกิดการสึกหรอและเสียงดังเวลาเลี้ยวได้ ส่วนตัวในถ้าหากเสียหายก็อาจจะทำให้เกิดอาการสั่นสะท้านเวลาวิ่งได้

แบบขับเคลื่อนล้อหลัง

แบบขับเคลื่อล้อหลัง มีความแตกจากจากแบบขับหน้าตรงจะมีชิ้นส่วนในการส่งกำลังเพิ่มเข้ามาคือเพลากลางมาขับเฟืองท้ายแล้วถึงจะมาเพลาขับออกไปยังล้อ


ตรงลูกศรสีแดงคือชุดเพลากลาง เป็นตัวกลางในการส่งกำลังจากเครื่องและเกียร์ที่อยู่ด้านหน้าส่งไปขับล้อหลัง ส่วนเพลาขับของล้อหลังจะอยู่ในเสื้อเพลามีอยู่สามแบบตามลักษณะการวางลูกปืน

1.แบบกึ่งเพลาลอย (Semi-floating axles)

 เพลาแบบนี้ลูกปืนจะอยู่ระหว่างเสื้อเพลาและเพลาขับ ซึ่งน้ำหนักทั้งหมดของรถจะอยู่ที่เพลาขับและแรงที่เกิดจาการเลี้ยว การวางเพลาแบบนี้จึงนิยมใช้ในรถยนต์นั่ง

 2.แบบเพลาลอยตัวสามในสี่ส่วน (Three-quarter axles)

เพลาแบบนี้ปลายของเพลาจะตึดติดกับหน้าแปลนของดุม โดยลูกปืนจะอยู่ระหว่างดุมล้อกับเสื้อเพลา น้ำหนักของรถทั้งหมดจะไปอยู่ที่เสื้อเพลาแทน แต่แรงเลี้ยวขณะเข้าโค้งหรือการไถลของล้อจะยังคงอยู่ที่ปลายเพลาด้านนอกของเพลาขับอยู่ดี

3.แบบเพลาลอย (Full-floating axles)

 โดยเพลาแบบนี้มักจะนิยมนำไปใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ลักษณะจะคล้ายกับแบบที่สอง แต่แบบนี้ลูกปืนจะถูกติดตั้งระหว่างเสื้อกับดุมล้อ โดยที่ล้อจะถูกยึดติดกับดุมล้อ โดยน้ำหนักทั้งหมดของรถจะอยู่ที่เสื้อเพลาแทน

Read more >>

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

การทำงานของแม่ปั๊มเบรค

สวัสดีครับ วันนี้ลองมาดูการทำงานของระบบเบรคกัน โดยเฉพาะแม่ปั๊มเบรคว่ามันทำงานยังไง ซึ่งก็เป็นหลักการง่ายๆไม่ได้ซับซ้อนอะไร ที่เขียนบทความนี้ก็ไม่ให้จะให้ข้อมูลวิชาการอะไรมากเท่าไหร่ แต่จะเอาแบง่ายๆพอเข้าใจ เพื่อที่ว่าคนไม่มีความรู้เรื่องรถเลยอ่านแล้วพอจะเข้าใจได้บ้าง

เผื่อเวลาเอารถไปซ่อมในเรื่องของเบรค จะได้พอนึกภาพออกเวลาที่ช่างอธิบายว่าจะทำอะไรกับรถของเราบ้างครับ ก่อนอื่นมาดูหน้าตาของแม่ปั๊มเบรคกันก่อนว่าหน้าตาประมาณไหน ตามรูปเลยครับ มีกระป๋องน้ำมันเบรคอยู่ด้านบนส่วนด้านล่างเป็นโลหะสีขาวๆเป็นชุดไฮโดรลิคที่เรียกว่าชุดแม่ปั๊มเบรค









ชุดแม่ปั๊มเบรค
แม่ปั๊มเบรคเป็นชุดไฮโครลิคที่ถูกนำมาใช้กับรถยนต์ ที่เห็นได้ชัดๆก็คือเบรค เพราะเบรคทุกคนต้องรู้จักแน่นอนทุกคนที่ขับรถเป็นต้องเคยใช้แน่นอน นั้นเพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับชลอความเร็วหรือหยุดรถของเรานั่นเอง ส่วนหน้าตาและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ประกอบเป็นระบบเบรคนั้น มีหน้าตาอย่างไรและมันอยู่ตรงไหนเราลองมาดูกันครับ

แม่ปั๊มเบรคมีกันอยู่สองแบบ

1.แบบแม่ปั๊มเดี่ยว (single) แม่ปั๊มเดี่ยวตัวก็จะสั้นๆมีชุดลูกสูบแค่ชุดเดียวเมื่อเวลาเราเหยียบเบรค ลูกสูบก็จะไปดันน้ำมันให้ไปผลักชุดสูกสูบของเบรคแต่ละล้อให้ทำงาน ผ้าเบรคก็จะจับพร้อมกันหนักเบาอยู่ที่น้ำหนักที่เรากดลงไปด้วย แต่ระบบแบบนี้ปัจจุบัญแทบจะไม่เห็นเลยเพราะข้อด้อย คือถ้าเมื่อไหร่ระบบมีการรั่วเบรคก็จะไม่ทำงานทั้งสี่ล้อคือเบรคหายไปเลย มันจึงไม่ค่อยปลอดภัยในการนำมาใช้งาน


แบบแม่ปั๊มเดี่ยว

การทำงานแบบวงจรเดี่ยว
2.แม่ปั๊มแบบคู่ (double) แบบนี้มีการทำงานแยกออกจากกันเป็นอิสระต่อกันเป็นสองวงจรแยกชัดเจน จะว่าทำมาเพื่อแก้ปัญหาของแบบเดี่ยวเลยก็ว่าได้ คือเมื่อระบบมีการรั่วระบบนึงทำงานไม่ได้แต่อีกระบบนึงยังคงสามารถทำงานได้อยู่ เราก็จะยังมีโอกาสที่จะหยุดรถได้ จึงเพิ่มความปลอดภัยให้ขับผู้ขับขี่มากขึ้นนั่นเอง แบบนี้จึงเป็นแบบที่ใช้อย่างแพร่หลายจนปัจจุบัน

แม่ปั๊มแบบคู่

วงจรระบบเบรคแบบสองวงจร

ทีนี้พอรู้จักแม่ปั๊มเบรคแล้วเราก็มาทำความรู้จักเบรคกัน เบรคก็มีด้วยกันสองแบบ

-แบบแรกเป็นดิสเบรค ดิสเบรคน่าจะเป็นที่รู้จักกันดีเพราะรถส่วนใหญ่จะมองเห็นเจ้าดิสเบรคได้ชัดเจนจากล้อคู่หน้า ยิ่งถ้าใส่แม๊กแต่งหน่อยก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าหน้าตาหล่อเพียงใด การทำงานก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเมื่อเราเหยียบเบรค น้ำมันจากแม่ปั๊มก็จะมาดันลูกสูบให้ไปกดผ้าเบรคด้านที่ติดกับลูกสูบ ไปชนจานดิสด้านหนึ่งทางฝั่งลูกสูบส่วนผ้าอีกฝั่งหนึ่งจะถูกคาร์ริปเปอร์กด ทำให้ผ้าเบรคทั้งสองบีบเข้าหากันแล้วกดจานเบรคเกิดความฝืดและความร้อน ล้อก็จะหยุดหมุน

ดิสเบรค
-แบบที่สองเป็นดรัมเบรค อันนี้จะมองเห็นแค่เห็กกลมๆถ้าใครไม่รู้จักก็จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร หลักการก็จะใช้วิธีดันลูกสูบที่อยู่ตรงกลางมีแกนต่อไปชนกับผ้าเบรคทั้งสองข้าง ถ่างออกพร้อมๆกันผ้าเบรคก็จะถูกดันให้ไปผลักกับขอบดรัม เกิดความฝืดและความร้อนล้อก็จะหยุดลงได้เช่นกัน
ดรัมเบรค
ทีนี้เพื่อนๆหรือคุณผู้หญิงก็น่าจะพอรู้จักกับเบรคแล้วนะครับว่าหน้าตาหรือการทำงานเป็นแบบไหน
สุดท้ายเพื่อให้เห็นภาพก็ลองดู VDO ประกอบจะทำให้นึกตามได้ง่ายขึ้นครับ


Read more >>

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #3

ตอนสุดท้ายคลายเหงา ด้วยสาวๆน่ารัก ใครสนใจจะมานั่งหน้ารถเรามั่งไหมน้า... หรือแต่จะมีก็แต่ อาม่าข้างกาย แม่ยายข้างหลัง แม่คุณบีบคอ ก็แล้วแต่บุญทำกรรมแต่งกันนะ พี่น้องเอ้ย...

















มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #1



Read more >>

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #2

มาต่อตอนที่สองกันเลยสำหรับภาพสาวๆที่สร้างความกระชุ่มกระชวยได้ดีทีเดียว ของสวยๆงามๆมักคู่กับรถเสมอยิ่งรถสวยด้วยหัวใจยิ่งพองโตไม่รู้คราย ลืมตัวกลัวตายกันไปเลยทีเดียว... "ว่าไปเลื่อย"












มาผ่อนคลายด้วยสาวสวยของวงการรถกันดีกว่า #1

Read more >>

Google+ Followers