วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

เกียร์ CVT กับการทำงานแบบดิบๆ

เกียร์ CVT เป็นที่ได้ยินและรู้จักกันมาพอสมควรที่มาพร้อมกับความนุ่มนวนในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีกว่าเกียร์ Auto แบบเดิมที่มีชิ้นส่วนมากและการทำงานที่ซับซ้อน แต่เกียร์ CVT ช่วยลดชิ้นส่วนลงไปได้มากจากเดิมที่มีชุดเกียร์วางเป็นตับ เหลือเพียงสายพานเหล็กหนึ่งเส้นที่เป็นตัวกลางในการส่งกำลัง โดยการเปลี่ยนขนาดของดุมแทน เลยไปหา VDO ที่ทำให้เห็นการทำงานกันแบบตัวเป็นๆไม่ใช่ Model

จะเห็นว่าชุดเกียร์แบบนี้อาจจะเป็นคำตอบที่ค่ายรถหลายค่ายดันกันออกมาในตอนนี้ ส่วนเรื่องของอายุการใช้งานนั้นก็ต้องพิสูตรกันต่อไปว่าจะใช้ได้ยาวนานแค่ไหน นั้นก็ดูเหมือนว่าปัญหาของเกียร์แบบนี้มักจะมากวนใจของเหล่าคนใช้รถคือราคาของอะไหล่เมื่อมีปัญหานั่นเองว่าราคาจะรุนแรงมากไหม กับเจ้าสายพานเหล็กเมื่อผ่านการใช้งานจะเกิดการล้า...ขึ้นบ้างหรือเปล่า และถ้าเกิดการล้าตัวจะมีผลกระทบกับการทำงานอย่างไรบ้าง ผู้ใช้งานจะต้องสังเกตุกันนะครับ

Read more >>

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

เกียร์ออโต้ประทะ Semi ออโต้และเกียร์ธรรมดา

สวัสดีครับ วันนี้ว่างๆลองหา VDO ทดสอบรถที่ใช้เกียร์ Auto กับ Semi-Auto และ Mannual มาให้ดูกันว่าแตกต่างกันอย่างไรคิดว่าน่าจะเห็นได้ชัดเจนนะครับว่าอะไรเป็นยังไง

ไม่ว่าเรื่องอัตราเร่งการเข้าโค้ง การมุดการดึง สำหรับใครที่สงสัยว่าอะไรแรงกว่ากัน เรื่องแรงคงพอๆกันถ้าเครื่องรุ่นเดียวกัน แต่มันจะต่างตอนเมื่อต้องชลอแล้วเร่งหรือแซงจะมีความต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว เรื่องประหยัดถ้าขับเก่ง M/T ประหยัดกว่าแต่ก็คงไม่มากกว่ากันเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องความสบายก็คงต้องยกให้ Auto เพราะขับง่ายสลายไม่ต้องกลัวไหลถอยหลัง

โดยรถที่ใช้ทดสอบก็มี
o Mitsubishi Evo VII GSR = คันสีเหลือง ( MANUAL)
o Mitsubishi Evo VII GT-A (*) = CHAMPAGNE (AUTOMATIC)
o BMW M3 [E46] = SILVER ( MANUAL)
o BMW M3 [E46] SMG II = MUSTARD (SEMI-AUTOMATIC)
o Ferrari 360 Modena = แดง ( MANUAL)
o Ferrari 360 Modena F1 = ขาว (SEMI-AUTOMATIC)


Read more >>

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ที่สูบลมยางติดรถ - ปั๊มลมอัตโนมัติ

สวัสดีครับ วันนี้จะขอพูดเรื่องไกล้ตัวของผู้ใช้รถกันแล้วกันนะครับ ที่ต้องอยู่คู่กับเราเลยคือยางรถทั้งสี่ที่เราต้องใช้ในการพาเราไปไหนต่อไหนทั้งวันหรือจะเดินทางไกลในวันหยุด แน่นอนว่าเราจะต้องหมั่นตรวจสอบลมยางอยู่เป็นประจำเพื่อความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน แต่มันก็มีบ้างที่ยางเราบางล้อมักมีการซึมมากกว่าข้างอื่นและต้องเติมลมอยู่เป็นประจำ

ซึ่งหลายคนก็ใช้บริการของปั๊มน้ำมันที่มักจะมีที่เติมลมยางให้ได้ใช้กันฟรีๆหรือไม่ฟรีก็มี แต่ช่วงนี้หลายคนเลี้ยวรถเข้าไปจะเติมลมยางก็มักจะพบกับปั๊มลมเสียบ้างหรือบางปั๊มไม่มีบ้าง ซึ่งก็อาจจะทำให้เสียเวลากันไป แต่ร้ายกว่านั้นคือเสียอารมย์คือบางทีต้องต่อคิวเพื่อเติมลมยาง ปัญหาไม่ใช่เรื่องรอคิวแต่ปัญหาคือบางคันไม่รู้รอคิวอยู่ตรงไหน ครั้นเรารอคิวต่อท้ายรถคันที่กำลังเติมลมยางอยู่ พอคันที่เรารออยู่เสร็จแล้วเรากำลังจะเข้าไปเติมต่อ ก็อาจจะมีเสียงแตร์พร้อมกับพุ่งรถเข้ามาและเราก็อาจจะงงๆว่าเขามาจากไหนหว่า ทำไมไม่มาจอดต่อให้เห็นจะได้รอเขา ซึ่งพักหลังๆก็จะเจอแบบนี้บ่อย

ก็ทำให้เบื่อไปเลยที่จะไปใช้ของฟรี เลยไปหาปั๊มลมที่ใช้เติมลมยางมาใช้ซะเลย ติดรถไว้ราคาไม่เท่าไหร่แต่รู้สึกสบายใจและยิ่งยางเจ้ากรรมข้างหนึ่งของผมก็ชอบซึมอยู่บ่อยๆ แบบซึมมากกว่าข้างอื่นแบบลมยางลงไปน้อยกว่า 20 psi กันเลยทีเดียว ว่าจะเอากระทะล้อไปเช็คดูซะหน่อย แต่ก็ยังไม่มีเวลาก็เลยต้องเติมลมกันไปก่อน เพราะเคยยางแบนแบบไม่มีลมเลยก็เคยมาครั้งหนึ่งแล้วก็ต้องเปลี่ยนยางอะไหล่กันไปเพราะจอดหลายวันไปหน่อย

สำหรับเครื่องปั๊มลมยางนั้นก็หน้าตาจะเป็นแบบนี้ ใช้งานไม่ยากแค่ใส่จุกลม ต่อสายไฟเข้ากับช่องบุหรี่สตาร์ทเครื่องและเปิดสวิทช์ปั๊มๆก็จะทำงาน แล้วเราก็ดูเกจวัดแรงดันว่าถึงที่เราต้องการหรือยัง ถ้าได้แล้วก็ปิดสวิทช์แล้วเอาจุกออก (สำหรับจุกที่เป็นเกลียวหมุนอาจจะมีลมออกในช่วงที่เราหมุนออกก็อาจจะทำให้แรงดันตกลงได้ ทางแก้ก็คือเติมเผื่อไว้สักหน่อย) หลายคนต้องการความแน่นอนก็อาจจะเอาที่วัดแรงดันวัดและปรับให้ได้กันอีกทีก็แล้วแต่



รูปนี้ให้ดูระยะสายก็สามารถเติมได้ทั้งรถเก๋งและกระบะเลยเพราะสายยาวทีเดียว นี่ก็คงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ติดรถที่ถ้ามีก็ดีทีเดียวสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในยามฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉินก็ได้

My&CARR ปั๊มลมฉบับกระเป๋า

Wins เครื่องสูบลมยางแบบพกพา (Black)

D1 SPEC ปั๊มลมไฟฟ้า - รุ่น CCR-103




Read more >>

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

เครื่องชาร์ทไฟแบตเตอรี่ My and Carr A-11

สวัสดีครับวันนี้ขอแนะนำของติดบ้านหรือติดรถที่มีไว้ก็อุ่นใจ คือเครื่องชาร์ทแบตให้กับรถยนต์ของเรากัน ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ที่เราใช้กันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกียร์ Auto กันนั่นก็เพราะความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือเมื่อใช้งานไปซักพัก ไฟในรถเราก็จะไม่พอที่จะสตาร์ทรถ สาเหตุก็อาจจะเป็นได้หลายอย่าง เช่น แบตหมด แบทเสื่อม ลืมเปิดไฟทิ้งไว้ก็ทำให้ไฟหมดและก็อีกหลายสาเหตุ

ซึ่งก็เป็นเหตุให้รถของเราสตาร์ทไม่ติด ซึ่งทางแก้ส่วนใหญ่เราก็มักจะหาคนมาพ่วงแบตให้เราเพื่อทำการสตาร์ทรถเพราะรถเกียร์ออโต้ไม่สามารถเข็นสตาร์ทได้ และถ้าหากเราหาคนมาพ่วงแบตไม่ได้ล่ะ หรือไปที่ห่างไกลไม่ค่อยมีรถ ก็คงเป็นเรื่องยากเหมือนกันฉนั้นมันก็เป็นทางเลือกอีกทางสำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถที่อาจจะหาเครื่องมือที่ทำเองได้หรือให้คนอื่นทำให้ได้ใช้งานง่ายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่คงต้องยกเว้นแบตไปหมดข้างถนนนะครับเพราะคงต้องอาจใช้เวลาในการอัดไฟให้พอจะสตาร์ทได้ คงต้องให้คนช่วยถ้าแบบนั้น

ทิ้งท้ายสำหรับวิธีการสาร์ทรถในขณะที่แบตของเรามีไฟให้ใช้ได้น้อยครั้งสำหรับการสตาร์ทรถสิ่งที่ควรทำคือ
  1. อย่าสตาร์ทแช่ แชะๆๆๆๆ เพราะนั่นหมายความว่าไฟจากแบตถูกใช้ไปอย่างมาก เราควรสตาร์ทรถในระบบที่รถเราสตาร์ทติดได้ง่ายเพียงหนึ่งแชะ เครื่องก็ติดแล้ว (สำหรับรถที่ใช้แก็สการสตร์ทครั้งแรกมักใช้เวลานานอาจจะเกิน 5 วินาที สำหรับการสตาร์ทรถหนึ่งครั้ง) ซึ่งระบบปรกติไม่ควรเกิน 3 วินาทีรถต้องติดได้แล้ว
  2. ปิดระบบไฟอื่นๆที่ไม่จำเป็นสำหรับการสตาร์ทรถ เช่น วิทยุและแอมป์
  3. ปิดแอร์ เพราะเป็นการเพิ่มภาระในการสตาร์ท
ทำได้ดังนี้รับรองว่าเราจะสามารถขับรถไปหาร้านแบตเพื่อเปลี่ยนใหม่ได้โดยง่าย หรือทดสอบว่าแบตเรากลับบ้านเก่าจริงๆหรือไม่ก็ได้ด้วยเช่นกัน



Read more >>

Google+ Followers