วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

อุปกรณ์ติดรถที่ควรมีไ้ว้ในยามจำเป็น

สวัสดีครับสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหลายทั้งมือใหม่มือเก่า แน่นอนว่าการใช้รถใช้ถนนในทุกันนี้นั้นมีการใช้งานกันมากมายทั้งรถเก่ารถใหม่ในท้องถนน ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนรถยนต์คู่ใจพาเราไปถึงที่หมายได้ทุกที่ไม่ว่าไกล้หรือไกล

ซึ่งก็แน่นอนว่าการใช้รถทุกวันมันก็อาจจะมีบางวันที่รถของเรานั้นอาจจะมีปัญหาได้ทุกเมื่อ ไม่ว่ารถจะเก่าหรือใหม่ก็มีโอกาสที่จะมีปัญหาที่เราไม่อยากจะให้เกิดแต่มันก็ชอบเกิดให้เราได้ปวดหัวได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นรถยางแตก ยางรั่ว ไฟหมด สตาร์ทไม่ติดหรืออื่นๆ

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดหรือแม้แต่กระทั่งรถที่ออกมาใหม่ๆวิ่งได้ไม่นนานก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้ ถึงเราจะเอารถเข้าตรวจเช็คอยู่เป็นประจำก็ตาม ยิ่งแล้วใหญ่ถ้าหากรถของเราดันไปมีปัญหาในที่ๆห่างไกลเมือง ที่จะหาอุปกรณ์อะไรซักอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ฉนั้นในรถของเราถ้าหากมีเครื่องมือที่จำเป็นอยู่บ้างมันก็ง่ายสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายๆอย่างได้ไม่อยากทั้งตัวเราเองหรือคนอื่นที่จะมาช่วยเราก็ช่วยได้ง่าย

สำหรับอุปกรณ์ในรถที่จำเป็นที่ควรจะมีคือ
  1. สายพ่วงแบต เอาไว้ใช้สำหรับพ่วงไฟแบตจากเราคนอื่นมาที่รถของเราใช้ในกรณีที่แบตรถของเราหมดหรืออ่อนจากการเสริมสภาพ โดยเฉพาะรถที่เป็นเกียร์ Auto ที่ไม่สามารถเข็นให้รถสตาร์ทเครื่องได้เอง ต้องมีไว้อย่าได้ขาด
  2. ชุดประแจซักหนึ่งชุดเอาไ้ว้ใช้ขันน็อตต่างๆหรือจะเป็นชุดประแจบล็อคก็ได้
  3. แม่แรง อันนี้รถทุกคันคงขาดไม่ได้
  4. ยางอะไหล่ อันนี้จำเป็นแต่หลายคันก็เอาออกเพราะเอาพื้นที่ไปติดแก๊ส
  5. น้ำยาอุดรอยรั่ว อันนี้เหมาะกับรถที่ไม่มียากอะไหล่ เอาไว้อัดใส่ล้อที่มีการรั่วซึมแล้วลมรั่วออกจนหมดก็สามารถใช้พวกนี้อัดเข้าไปแล้วขับไปหาร้านยางได้ แต่ถ้ายางระเบิดคงหมดสิทธิ
  6. ที่ปั๊มลมยางติดรถยนต์ อันนี้ก็เป็นที่นิยมของคนใช้รถในปัจจุบัญเพราะสะดวกใช้งานง่ายและใช้ได้ทุกที่ๆเรามีปัญหาเรื่องลมยาง ไม่ว่าจะไปจอดรถค้างคืนที่ไหนไกลๆตื่นมายางแบนแถมเปิดไปดูยางอะไหล่ที่แบกมาด้วยก็ดันไม่มีลมซะอีกเพราะเราบางทีก็ไม่เคยเช็คลมยางของยางอะไหล่เลย เจ้านี่ช่วยได้แน่นอน
  7. ชุดไขควงหนึ่งชุด เอาชุดที่พอจะเช็คไฟได้ด้วยก็จะดีด้วยเผื่อได้ใช้งาน
  8. คีม อันนี้ก็จำเป็นถ้าต้องใช้งานขึ้นมาหาตัวแทนอยากหรือถ้าเรามือแข็งกว่าคีมฟันแข็งกว่าลวดไม่ต้องมีก็ได้ไม่ว่ากัน
  9. ไฟฉายหรือไฟส่องสว่างที่ใช้คีบกับแบตของเราก็ได้สุุดยอดมากเมื่อต้องทำรถในเวลาที่แสงน้อย
  10. ถุงมือ ถ้ามีก็ดีสำหรับใครที่อาจจะไม่ค่อยได้ทำอะไรกับรถตัวเองนักแต่เวลานั้นจำเป็นต้องทำขึ้นมาถุงมือก็ช่วยไม่ให้เราโดนความร้อนหรือคมต่างๆจากรถของเราทำร้ายมือเราได้นั่นเอง
  11. น้ำกลั่น อันนี้ถ้าใครใช้ใช้แบตน้ำครต้องมีติดรถไว้เสมอ
  12. น้ำเปล่าขวดใหญ่ซักขวดเอาไว้เติมน้ำหม้อพักหม้อน้ำ น้ำฉีดกระจกหรือจะเอาไว้ล้างมือก็ได้
  13. ผ้าซักผืน เอาไว้ใช้เช็ดทำความสะอาดต่างๆ
  14. สายลากรถ อันนี้มีไว้ไม่เสียหายใช้ในกรณีที่เกินจะเยียวยาจริงๆ
  15. สายไฟเส้นเล็กๆซักหนึ่งขดไม่ต้องมาก จะเป็นเศษสายไฟก็ได้เผื่อเอาไ้ว้ใช้งานได้หลากหลายเพราะบางครั้งอาจจะต้องมีต่อตรงกันบ้าน
  16. ถังดับเพลิงขนาดเล็ก 
  17. ของเล็กๆน้อยๆอื่นๆ เช่น ฟิวล์สำรอง เทปพันสายไฟ ซิลิโคลหลอดเล็กๆ หัวเทียน กระดาษทราย สเปรย์หล่อลื่นอเนกประสงค์ 
ที่ว่ามาเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่ถ้ามีติดรถไว้รับรองว่าอุ่นใจได้โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไกลบ้าง ถึงเวลาต้องใช้ขึ้นมาช่วยเราได้เยอะเลยครับไม่ว่าจะใช้เองหรือมีคนมาช่วยก็จะง่ายและสะดวกกลับถึงบ้านสบายใจ
Read more >>

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มาดูกระบะแข่งลากรถกันว่าใครเจ๋ง

วันนี้เอาการแข่งขันการลากรถของบรรดากระบะมาให้ดูกันครับ เขาแข่งกันที่ระยะ 100, 200, 300 เมตร ก็ลองดูนะครับว่าเป็นยังไงกันบ้างในระหว่างการแข่งก็จะได้เห็นความแข็งแกร่งและความทรหดที่รถใช้งานหนักจะต้องเจอ เกียร์พังเพลาขาดเพรมหักมีโอกาสเจอได้ตลอดเวลา





อันนี้พังเห็นๆไม่แน่จริงอย่าลองเชียว อันนี้น่าจะเพลาขาด ยังไงรองดูแล้วกันนะว่าเราใช้รุ่่นไหนกันอยู่บ้าง
Read more >>

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เอาคลิปรวมอุบัติเหตุทางรถยนต์มาไว้เตือนใจสำหรับนักขับกัน



วันนี้เอาคลิปรวมเหตุการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาบนท้องถนนเพียงแค่เสี้ยววินาที ชีวิตพลิกผันทันที่เราประมาท สำหรับปัจจุบันมีรถออกใหม่เข้ามาบนท้องถนนมากขึ้นทุกวัน แต่สิ่งหนึ่งที่นักขับไม่ว่าหน้าเก่าหน้าใหม่ควรจะมีนั่นคือความไม่ประมาทในการขับรถ

ทุกครั้งที่ขึ้นไปบนหลังพวงมาลัยให้นึกไว้เสมอว่า มือหนึ่งกุมชีวิตเรา อีมือหนึ่งกุมชีวิตคนอื่น ฉนั้นการขับรถจะต้องมีความรับผิดชอบถึงจะเป็นนักขับที่ดีได้บนท้องถนน ซึ่งบางทีเรานึกไม่ออกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เราพลาดโดยเกิดจากความประมาทก็ขอให้นึกถึงภาพเหล่านี้ไว้ทุกครั้ง

รอยยิ้มของคนที่เรารักจะได้ไม่พลิกผันไปต่อหน้าของเราที่จะมาพร้อมกับความเจ็บปวด
Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

กรองน้ำมันเครื่องแท้กับปลอมต่างกันยังไง

สวัสดีครับ วันนี้ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับไส้กรองน้ำมันเครื่องกันนะครับเพราะว่ารถยนต์ของเรามีเครื่องยนต์เป็นหัวใจ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกำลังขับเคลื่อนที่ต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งภายในเครื่องยนต์นั้นมีทั้งความร้อนและแรงเสียดทานจากชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวต่างๆ สึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเครื่องยนต์นั่นก็คือน้ำมันเครื่อง

หน้าที่ของน้ำมันเครื่องก็คือเป็นตัวระบายความร้อนและเป็นตัวหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ลดการสึกหรอที่เกิดจากแรงเสียดทานของการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนต่างๆ แถมยังต้องเป็นตัวชะล้างสิ่งสกปรกจากคราบเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้(คาร์บอน) กรด ไขมันหรือเศษฝุ่นผง ไปด้วยนั่นเอง

ซึ่งตัวที่จะทำความสะอาดตัวน้ำมันเครื่องที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆที่ว่ามานั้น ก็คือไส้กรองน้ำมันเครื่องนั่นเองซึ่งจะทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ที่จะไปทำความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ของเราได้


รูปแยกชิ้นของไส้กรองว่ามีชิ้นส่วนอะไรบ้าง


รูปนี้เป็นรูปการทำงานหรือทางไหลของน้ำมันโดยจะไหลเข้าไปที่รูด้านข้างจนเต็มกระป๋องครอบไส้กรอง เมื่อเต็มแล้วน้ำมันจะถูกดันผ่านแผ่นกรองที่จะดักจับสิ่งแปลกปลอมเอาไว้ ผ่านเข้ามาตรงแกนกลางแล้วจึงจะถูกส่งไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆต่อไปนั่นเอง

นอกจากการทำงานที่ว่ามานั้นแล้ว ยังมีระบบการทำงานในกรณีฉุกเฉินด้วยจะเป็นชิ้นส่วน "บายพาสวาล์ว" จะทำงานเมื่อตัวแผ่นกรองเริ่มตันหรือตันแล้วเพราะเมื่อน้ำมันถูกดันจนเต็มกระป๋องครอบแล้วแต่ไม่สามารถผ่านไส้กรองไปได้ ก็จะถูกดันให้ผ่าน "บายพาสวาล์ว" ลงไปที่แกนกลางแทนซึ่งน้ำมันที่ผ่านมาจะไม่ได้ถูกกรองนั่นเองแต่เป็นการป้องกันการขาดน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งจะทำให้ชิ้นส่วนที่ไม่มีการหล่อลื่นเสียดสีกันจนเกิดความร้องสูงซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ชิ้นส่วนนี้จึงมีความสำคัญ


ตัวอย่างไส้กรองคุณภาพ




ตัวอย่างไส้กรองคุณภาพต่ำ

ในเมื่อไส้กรองมีความสำคัญเราจะเลือกใช้แบบไหนล่ะในเมื่อในท้องตลาดมีไส้กรองมากมาย ทั้งแท้ เทียม เทียมแท้หรือเทียมแท้ๆ ว่าแล้วก็อาจจะงง ซึ่งในไส้กรองของแท้นั้นจะทำจากวัสดุที่มีคุณภาพ เช่นไส้กรองที่มีการพับเป็นชั้นและมีความหนา ชุดสปริงบายพาสได้ผ่านการคำนวนมาเป็นอย่างดีและใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ยางประเก็นหรือลิ้นกันกลับทำจากยางความร้อนสูงและมีความยึดหยุ่นได้ดี ฝาเกลียวมีความหนากว่าของปลอมหรือของเทียม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการไปซื้อของที่ร้านอะไหล่ต่่างๆหรือไปเปลี่ยนที่อู่เองก็ตามเราก็คงไม่รู้หรอกว่า เจ้าไส้กรองที่เราจะซื้อหรือถูกเปลี่ยนมาแล้วนั้นมันต่างกันยังไง ว่าของแท้หรือของเทียมเพราะเดี๋ยวนี้ทำของออกมาได้เหมือนมากถ้าดูจากภายนอก แต่จะให้ผ่าดูข้างในแล้วใครจะให้ทำล่ะแล้วผู้ใช้รถที่ใช้อย่างเดียวล่ะจะทำยังไง เพราะฉันก็ใช้ขับอย่างเดียวไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นยังไง

ทางเลือกก็คงต้องเพิ่งอุ่ที่น่าเชื่อถือหรือศูนย์บริการซึ่งแน่นอนราคาต่างกันกับการเปลี่ยนเองหรือเปลี่ยนอู่ข้างนอกอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะต่างกับคนที่พอมีความรู้ในเรื่องรถเรื่องอะไหล่อยู่บ้างตรงที่ ผู้ที่มีความรู้เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเลือกเทียมกัน เหตุผมคือเรื่องราคาเป็นหลักและความมั่นใจว่าสามารถดูลักษณะคุณภาพของชิ้นส่วนได้นั่นเอง แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปผมก็คงแนะนำทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงที่เครื่องจะไปมีปัญหากลางทางอันเนื่องจากน้ำมันเครื่องขาด ก็ต้องบอกว่างานเข้าครั้งใหญ่แน่นอน



Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Dual Clutch Transmission - การทำงานของระบบคลัตช์คู่

Dual Clutch Transmission หรือเรียกย่อๆว่า DCT เป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีสำหรับเกียร์ธรรมดา ซึ่งเกียร์แบบนี้มีใช้ใน Ferrari F1 ซึ่งหลักการทำงานคล้ายกับเกียร์ธรรมดาซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความคงทนของชุดเกียร์ที่ขับกันตลอดเวลา โดยต่างจากเกียร์ธรรมดาตรงที่เกียร์ธรรมดาจะมีเพลาเดียวส่งกำลังให้กับทุกเกียร์ แต่ระบบคลัตช์คู่จะมีสองเพลา

จากรูปด้านบนจะเห็นได้ชัดว่าเพลาชุดหนึ่งสีน้ำเงินเป็นแกนเพลาส่งกำส่งให้กับเกียร์ 1,3,5 ส่วนสีแดงเป็นเพลาปลอก(เรียกแบบชาวบ้าน) ส่งให้กับเกียร์ 2,4,6 และเกียร์ถอย เรียกง่ายๆว่าเพลาคี่กับเพลาคู่เอาอย่างงั้นเลย และที่ต่างจากเกียร์ธรรมดาอีกก็ในเมื่อมีสองชุดเพลาแน่นอนมันก็ต้องมีสองชุดคลัตช์ถึงเรียกว่าระบบคลัตช์คู่ ซึ่งจะประจำต่ำแหน่งเพลาใครก็เพลามันทำงานแยกกัน

โดยการเปลี่ยนเกียร์ก็ง่ายมากคือเมื่อเราออกตัวด้วยเกียร์หนึ่ง เพลาชุดที่สองก็จะเข้าเกียร์สองรอไว้และในจังหวะที่เราเข้าเกียร์สองชุดคลัตช์ที่หนึ่งก็จะตัดการทำงานโดยคลัตช์ชุดที่สองจะทำงานแทนแล้วเกียร์สองที่เข้ารอไว้ก็จะทำงานทันที ซึ่งการทำงานทั้งหมดทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยในการเปลี่ยนเกียร์แต่ละเกียร์นั้นเร็วมากเปลี่ยนที่ 0.8 ms (มิลลิวินาที) แบบไม่ทันได้กระพริบตาก็เปลี่ยนเกียร์เสร็จไปแล้วนั่นเอง

แน่นอนด้วยความขี่เกียจให้ดู VDO การทำงานที่เห็นภาพได้ชัดเจนกันน่าจะเข้าใจได้ดีกว่า โดย VDO แรกจะทำให้เห็นการทำงานของเกียร์ทั้งหมดว่าทำงานยังไง ส่วน VDO ที่สองจะเป็นแบบคลัตช์แห้ง และ VDO ที่สามจะเป็นแบบคลัตช์เปียกว่าทำงานยังไง








จาก VDO ที่ผ่านมาคงจะทำให้เข้าใจการทำงานของระบบคลัตช์คู่ไม่มากก็น้อย ซึ่งข้อดีของเกียร์แบบนี้คือไม่มีชุด Torque Converter, ชุดคลัตช์หลายแผ่นแบบในเกียร์ Auto ธรรมดา, ชุดเกียร์เซ็ต ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวบันทอนกำลังลงไปเยอะทีเดียว

ส่วนในเรื่องรูปแบบของคลัตช์นั้น ดูเหมือนว่าแบบเปียกจะเป็นที่นิยมมากว่าแบบแห้งเห็นใช้กันหลายยี่ห้อ

ซึ่งข้อดีของเกียร์ระบบคลัตช์คู่ก็คือสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็น Auto ที่ให้ความสบาย Manual ที่ให้ความเล้าใจ หรือจะขับในสไตล์สปอร์ต
Read more >>

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทำไมถึงต้องเช็คลมยาง

รถยนต์บนท้องถนนส่วนใหญ่จะสูญเสียลมยางจากการขับขี่โดยปรกติหลังจากเราสตาร์ทรถออกจากบ้าน ขับอยู่บนถนนที่ต้องเจอกับสภาพถนนที่ต้องเจอหลุมบ่อหรือความไม่เรียบของถนนหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร้อนหรือหนาว แต่บ้านเราคงร้อนซะมากกว่า ในแต่ละเดือนเราจะสูญเสียลมยางโดยการซึมออกไปจากที่ว่ามานี้ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ประมาณ 1 หรือ 2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แต่ในบางคันอาจจะหายมากกว่านี้ ก็ต้องนำไปตรวจเช็คแล้วว่ามีความผิดปรกติอะไรกับยางหรือกระทะล้อของเราหรือไม่

ที่สำคัญเราไม่รู้หรอกว่ายางของเราในตอนนี้เหลือแรงดันลมอยู่เท่าไหร่ เราจะต้องใช้ที่วัดลมยางเป็นตัวตรวจวัดถึงจะรู้ว่าในยางแต่ละเส้นเหลือแรงดันลมอยู่เท่าไหร่ แต่ถ้าเมื่อไหร่เราสังเกตุได้ว่าลมยางเราอ่อนแล้วด้วยตา นั่นก็หมายความว่าลมยางเราอ่อนลงไปมากแล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราสูญเสียพลังงานหรือเชื้อเพลิงไปพอสมควรกว่าเหตุไปแล้วล่ะ ซึ่งการตรวจเช็คลมยางเราอาจจะตรวจซึ่งหนึ่งครั้งต่อสัปดาร์ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับยางปรกติและทำการเติมลมยางให้ได้ค่าที่ต้องการไว้เสมอ

การเติมลมยางให้เหมาะกับรถเรายังไง
-ดูจากคู่มือรถง่ายและแน่นอนที่สุดเพราะจะมีระบุไว้ในนั้นว่ารถเราสมควรจะเติมลมที่แรงดันเท่าไหร่
-ตรวจเช็คลมยางอย่างน้อยสัปดาร์ละครั้ง
-เติมลมยางขณะที่ไม่ร้อนจนเกินไปเพราะอากาศจะขยายตัวเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้น

ผลที่เกิดสำหรับการเติมลมยางตามรูปด้านล่าง

การเติมลมยางมีผลกับยังยังไงบ้างเราลองมาดูกันครับ

-จากรูปถ้าหากเราเติมลมยางพอดีหน้ายางจะสัมผัสกับถนนเติมหน้าสัมผัสยางพอดี ก็จะทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวลและการสึกหรอที่พอดีเท่ากัน

-น้อยเกินไป ยางของเราก็จะสึกหรอที่ด้านข้างหน้าสัมผัสของยางตรงกลางจะน้อย ผลคือสิ้นเปลืองพลังงานเพราะพวงมาลัยจะหนักขึ้น การทรงตัวจะลดประสิทธิภาพลงโดยเฉพาะตอนเข้าโค้งจะรู้สึกได้

-มากเกินไป ตรงกลางหน้าสัมผัสยางจะรับแรงมากมีแรงกระแทกมากขึ้นหรือชาวบ้านเรียกว่ากระโดดและมีโอกาสยางระเบิดได้ง่าย การทรงตัวก็จะไม่ดีเท่าที่ควรด้วย

ส่วนในกรณีที่รถมีการบรรทุกน้ำหนักบ้าง สำหรับรถเล็กอย่างรถเก๋งก็อาจจะเพิ่มเข้าไปง่ายๆก็ซัก 1-2 psi ก็เพียงพอแต่สูงสุกก็ไม่ควรเกิน 36 psi ส่วนรถกระบะโดยทั่วไปก็อยู่ที่ 35-40 psi หรือไม่เกิน 65 psi แต่ถ้าเกินกว่านี้แสดงว่ารถบรรทุกหนักมากแล้วล่ะ

สรุปว่าการเติมลมยางก็ควรเติมแต่พอดีไม่มากไปและน้อยจนเกินไปยางก็จะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเติมลมยางตามค่าที่กำหนดช่วยให้เราประหยัดได้ทั้งเชื้อเพลิงและยาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสำหรับบางคนที่เปลี่ยนยางต่างออกไปจากมาตรฐานหรือเปลี่ยนแม็กด้วย ก็ควรศึดษาค่าแรงดันที่เหมาะสมสำหรับที่เราได้ทำการเปลี่ยนมาด้วยนะครับ เอาที่คำนวนขนาดยางง่ายๆแค่ปลายนิ้วมาฝาก คำนวนขนาดยางและล้อ

zmarthome เกจ์วัดลมยางดิจิตอล
Read more >>

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แป้นเบรคหน้าตาเป็นยังไงและเสียงชี๊ดๆมันมาจากไหน

สวัสดีครับ คราวที่แล้วพูดถึงหม้อลมเบรคไปแล้ววันนี้ขอพูดถึงแป้นเบรคกันบ้างว่ามันเป็นยังไง เผื่อใครอยากจะรู้ว่าไอที่เราเหยียบมันอยู่ทุกวันเพื่อหยุดรถนี่รูปร่างหน้าตามันจะเป็นยังไง แล้วทำไมเมื่อเวลาใช้รถไปซักระยะหนึ่งสำหรับบางคนอาจจะได้ยินเสียง ชี๊ดๆหรือเอียดอ๊าดสร้างความรำคาญให้ตลอดทางว่างั้น ตัวโครงสร้างไม่มีอะไรซับซ้อน ดูตามรูปแล้วจะเข้าใจเลยว่ามันทำงานยังไง


หลักๆก็จะมีแป้นเบรคที่เป็นที่เหยียบอย่างที่เราใช้กันอยู่ทุกวันหน้าตาก็คล้ายๆกัน โดยมันจะมีจุดหมุนที่เป็นตัวหลักในการทำงาน ซึ่งเสียงที่ว่ามันก็จะมาจากตรงนี้แหล่ะครับ เมื่อใช้ไปนานๆก็อาจมีการสึกหรอ จารบีแห้งหรือจุดข้อต่อมีสิ่งสกปรกก็จะทำให้มีการเสียดสีที่มากขึ้นและทำให้เกิดเสียงดังขึ้นได้


รูปนี้เป็นรูปแยกส่วนเพื่อให้เห็นรายละเอียดกันว่ามันมีอะไรบ้าง ถ้าเสียงดังเราก็อาจจะมุดไปดูได้ว่าจุดหมุนหรือข้อต่อมันอยู่ตรงไหน เราก็อาจจะเอาน้ำมันหยดหรือเอาจารบีทาแต่ก็อาจจะยากหน่อยเพราะมันอยู่สูงกว่าหัวเราแทนที่จะหยดเข้าร่องก็อาจจะเข้าปากเราแทนได้ อิๆ... แต่ที่เห็นง่ายๆก็อาจจะไปซื้อจารบีที่เป็นสเปยร์ที่เป็นกระป๋องก็ใช้ง่ายดีมีท่อพลาสติกต่อให้ฉีดเข้าที่เราต้องการได้ง่ายดี


รูปนี้ก็จะชัดเจนเลยนะครับจะเห็นว่ามีสวิทช์ไฟเบรคอยู่ด้วย จะสังเกตุเห็นว่าเมื่อเราหรือรถคันอื่นทำการเบรคนั้น ไฟเบรคที่ท้ายรถก็จะติดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญญาณให้คันหลังรู้ว่าเราเบรคแล้วนะระวังด้วยอย่ามาเสยท้ายเขานะ ประมาณนั้น

แล้วถ้าเราสังเกตุจากภาพข้างต้นก็จะเห็นสปริงอยู่นั้นคือจะเป็นตัวช่วยดึงแป้นเบรคกลับเมื่อเรายกเท้าออกจากแป้นเบรคแล้วนั้นเองก็จะสิ้นสุดการทำงานของเบรคและไฟเบรคก็จะดับไปด้วยเมื่อทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นนั่นเอง

นอกจากปัญหาเรื่องเสียงจากการเบรคแล้วเมื่อใช้รถไปนานๆ อีกปัญหาที่จะเจอคือไฟเบรคติดๆดับๆตลอดการเดินทางซึ่งเราอาจจะไม่รู้ตัว แต่คันที่ตามหลังเรานี่แหล่ะเกาหัวยิกๆเลย ขับรถด้วยความหวาดระแวง สาเหตุนี้ส่วนใหญ่เกิดจากสปริงดึงกลับเกิดการล้า การล้าคือแรงดึงของสปริงน้อยการเดิมคือมันแข็งน้อยลง ก็เลยทำให้มัน เด้งดึงๆโดยเฉพาะตอนรถกระเด้ง ไม่ว่าจะตกหลุม กระโดดสพานหรืออะไรที่ทำให้รถขย่มได้นั่นเอง หรืออีกสาเหตุก็อาจจะเป็นที่ตัวสวิทช์เองก็ได้ก็จะมีผลเหมือนกัน

จารบีแบบสเปย์
Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การทำงานหม้อลมเบรคทำให้เบรคนิ่ม

สวัสดีครับ วันนี้ขอพูดเรื่องเบรคและการทำงานของส่วนที่เรียกว่าชุดหม้อลมเบรคกันบ้าง และเพื่อที่จะทำให้เข้าใจง่ายก็เลยไปหา VDO มาประกอบให้เห็นภาพกันได้ชัดเจนมากขึ้น โดยระบบเบรครถยนต์นั้นโดยหลักการก็ใช้เป็นระบบไฮโดรลิค เอาง่ายๆคือมีปั๊มหนึ่งตัวเมื่อเวลาเราเหยียบแป้นเบรคลงไปก็จะไปดันน้ำมันในระบบซึ่งก็จะไปดันลูกสูบในส่วนของแต่ละล้อและก็ไปกดผ้าเบรคให้ไปจับกับจานเบคร รถของเราก็จะหยุดลงได้นั่นเอง

ซึ่งที่ผมว่าไปนี้เป็นการทำงานของระบบซึ่งต้องใช้แรงในการกดแป้นเบรคมากทีเดียว คือต้องเรียกว่ากระทืบเบรคว่างั้น แต่ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะที่จะให้เราไม่ต้องออกแรงเบรคมากมายขนาดนั้นก็จึงมีอุปกรณ์ที่เรียกว่าหม้อลมเบรค เป็นชิ้นส่วนที่ช่วยให้เราแค่แตะป้อนเบรคเบาๆเราก็สามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวนแล้ว




ซึ่งการทำงานก็ไม่อยากอะไรก็แค่มีชุดกลมๆต่อเข้ามาก่อนแม่ปั๊มเบรคเท่านั้น ทำงานโดยอาศัยลมดูดจากท่อไอดีหรือจะเป็นปั๊มก็ได้ สร้างแรงดูดเอาไว้แต่แรงไม่พอที่จะไปดันปั๊มเบรคเองได้เท่านั้น จนเมื่อเราเอาเม้าแตะแป้นเบครด้วนแรงเบาๆเท่านั้นลมดูดหรือที่เรียกว่าแวคกั่มก็จะช่วยเราดึงก้านเบรคให้เรา

อธิบายมากไปเดียวจะงงดู VDO ดีกว่า


สำหรับผู้ใช้รถที่อาจจะมีปัญหากับรถของตัวเองในเวลาที่ขับๆอยู่แลัวเครื่องดับ บางคนตกใจคิดว่าจะไม่สามารถหยุดรถได้ยามเมื่อเครื่องยนต์ดับไปแล้วนั้น ก็ต้องบอกว่าไม่ต้องตกใจไปถ้าเบรคจะแข็งไปบ้าง...อึ!!! ไม่บ้างสิแข็งมากเลยล่ะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับเบรคแบบนิ่มๆถึงต้องขั้นกระทืบเบรคก็ไม่แปลกที่จะตกใจกันบ้าง ถ้าเจอเหจุการแบบนี้เข้าล่ะก็ตั้งสติให้ดีครับ เครื่องดับเบรคแข็งแต่ก็ยังเบรคได้แต่ต้องใช้แรงเพิ่มขึ้นเท่านั้น เปิดไฟเลี้ยวเข้าข้างทางแล้วออกแรงเบรคหน่อยโดยไม่ต้องทำอะไร จนรถหยุดแล้วค่อยหาคนช่วยนะครับ

ทำได้ไม่ว่ารถของคุณจะเป็นเกียร์แบบไหน ที่ผมเขียนมานี่เอาแบบพื้นๆแบบคนใช้ทั่วไปไม่เอา ADVANCE นะครับหวังว่าจะพอเข้าใจนะครับ
Read more >>

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ซูบารุ กับ Tourer Concept Hybrid Wagons

ซูบารุ กับรถยนต์ แวกอน Hybrid ทัวเรอร์คอนเซพท์ (Tourer Concept Hybrid Wagons) มาในสไตล์ไฮบริดเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 4 สูบนอน direct-injection เทอร์โบชาร์จ พลังเรี่ยวแรงเหลือๆ ด้วยรูปแบบประหยัดพลังงานกับระบบขับเคลื่อน all-wheel drive ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อวิ่งอยู่ที่ความเร็วต่ำ

โดยรวมหน้าตารถมีความดุดันกับไฟหน้า LED กับกระจังหน้าขนาดใหญ่


สปอยเลอร์หลังดูเข้ากับท่อไอเสียแบบสองท่อ ประตูบานหลังเปิดปิดแบบ suicide กระจกหลังคา Panoramic

พวงมาลัยถูกออกแบบให้มีจอดิสพเลย์อยู่ภายในเพื่อสะดวกในการควบคุม
Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

เกียร์ CVT กับการทำงานแบบดิบๆ

เกียร์ CVT เป็นที่ได้ยินและรู้จักกันมาพอสมควรที่มาพร้อมกับความนุ่มนวนในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีกว่าเกียร์ Auto แบบเดิมที่มีชิ้นส่วนมากและการทำงานที่ซับซ้อน แต่เกียร์ CVT ช่วยลดชิ้นส่วนลงไปได้มากจากเดิมที่มีชุดเกียร์วางเป็นตับ เหลือเพียงสายพานเหล็กหนึ่งเส้นที่เป็นตัวกลางในการส่งกำลัง โดยการเปลี่ยนขนาดของดุมแทน เลยไปหา VDO ที่ทำให้เห็นการทำงานกันแบบตัวเป็นๆไม่ใช่ Model

จะเห็นว่าชุดเกียร์แบบนี้อาจจะเป็นคำตอบที่ค่ายรถหลายค่ายดันกันออกมาในตอนนี้ ส่วนเรื่องของอายุการใช้งานนั้นก็ต้องพิสูตรกันต่อไปว่าจะใช้ได้ยาวนานแค่ไหน นั้นก็ดูเหมือนว่าปัญหาของเกียร์แบบนี้มักจะมากวนใจของเหล่าคนใช้รถคือราคาของอะไหล่เมื่อมีปัญหานั่นเองว่าราคาจะรุนแรงมากไหม กับเจ้าสายพานเหล็กเมื่อผ่านการใช้งานจะเกิดการล้า...ขึ้นบ้างหรือเปล่า และถ้าเกิดการล้าตัวจะมีผลกระทบกับการทำงานอย่างไรบ้าง ผู้ใช้งานจะต้องสังเกตุกันนะครับ

Read more >>

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

เกียร์ออโต้ประทะ Semi ออโต้และเกียร์ธรรมดา

สวัสดีครับ วันนี้ว่างๆลองหา VDO ทดสอบรถที่ใช้เกียร์ Auto กับ Semi-Auto และ Mannual มาให้ดูกันว่าแตกต่างกันอย่างไรคิดว่าน่าจะเห็นได้ชัดเจนนะครับว่าอะไรเป็นยังไง

ไม่ว่าเรื่องอัตราเร่งการเข้าโค้ง การมุดการดึง สำหรับใครที่สงสัยว่าอะไรแรงกว่ากัน เรื่องแรงคงพอๆกันถ้าเครื่องรุ่นเดียวกัน แต่มันจะต่างตอนเมื่อต้องชลอแล้วเร่งหรือแซงจะมีความต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว เรื่องประหยัดถ้าขับเก่ง M/T ประหยัดกว่าแต่ก็คงไม่มากกว่ากันเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องความสบายก็คงต้องยกให้ Auto เพราะขับง่ายสลายไม่ต้องกลัวไหลถอยหลัง

โดยรถที่ใช้ทดสอบก็มี
o Mitsubishi Evo VII GSR = คันสีเหลือง ( MANUAL)
o Mitsubishi Evo VII GT-A (*) = CHAMPAGNE (AUTOMATIC)
o BMW M3 [E46] = SILVER ( MANUAL)
o BMW M3 [E46] SMG II = MUSTARD (SEMI-AUTOMATIC)
o Ferrari 360 Modena = แดง ( MANUAL)
o Ferrari 360 Modena F1 = ขาว (SEMI-AUTOMATIC)


Read more >>

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ที่สูบลมยางติดรถ - ปั๊มลมอัตโนมัติ

สวัสดีครับ วันนี้จะขอพูดเรื่องไกล้ตัวของผู้ใช้รถกันแล้วกันนะครับ ที่ต้องอยู่คู่กับเราเลยคือยางรถทั้งสี่ที่เราต้องใช้ในการพาเราไปไหนต่อไหนทั้งวันหรือจะเดินทางไกลในวันหยุด แน่นอนว่าเราจะต้องหมั่นตรวจสอบลมยางอยู่เป็นประจำเพื่อความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน แต่มันก็มีบ้างที่ยางเราบางล้อมักมีการซึมมากกว่าข้างอื่นและต้องเติมลมอยู่เป็นประจำ

ซึ่งหลายคนก็ใช้บริการของปั๊มน้ำมันที่มักจะมีที่เติมลมยางให้ได้ใช้กันฟรีๆหรือไม่ฟรีก็มี แต่ช่วงนี้หลายคนเลี้ยวรถเข้าไปจะเติมลมยางก็มักจะพบกับปั๊มลมเสียบ้างหรือบางปั๊มไม่มีบ้าง ซึ่งก็อาจจะทำให้เสียเวลากันไป แต่ร้ายกว่านั้นคือเสียอารมย์คือบางทีต้องต่อคิวเพื่อเติมลมยาง ปัญหาไม่ใช่เรื่องรอคิวแต่ปัญหาคือบางคันไม่รู้รอคิวอยู่ตรงไหน ครั้นเรารอคิวต่อท้ายรถคันที่กำลังเติมลมยางอยู่ พอคันที่เรารออยู่เสร็จแล้วเรากำลังจะเข้าไปเติมต่อ ก็อาจจะมีเสียงแตร์พร้อมกับพุ่งรถเข้ามาและเราก็อาจจะงงๆว่าเขามาจากไหนหว่า ทำไมไม่มาจอดต่อให้เห็นจะได้รอเขา ซึ่งพักหลังๆก็จะเจอแบบนี้บ่อย

ก็ทำให้เบื่อไปเลยที่จะไปใช้ของฟรี เลยไปหาปั๊มลมที่ใช้เติมลมยางมาใช้ซะเลย ติดรถไว้ราคาไม่เท่าไหร่แต่รู้สึกสบายใจและยิ่งยางเจ้ากรรมข้างหนึ่งของผมก็ชอบซึมอยู่บ่อยๆ แบบซึมมากกว่าข้างอื่นแบบลมยางลงไปน้อยกว่า 20 psi กันเลยทีเดียว ว่าจะเอากระทะล้อไปเช็คดูซะหน่อย แต่ก็ยังไม่มีเวลาก็เลยต้องเติมลมกันไปก่อน เพราะเคยยางแบนแบบไม่มีลมเลยก็เคยมาครั้งหนึ่งแล้วก็ต้องเปลี่ยนยางอะไหล่กันไปเพราะจอดหลายวันไปหน่อย

สำหรับเครื่องปั๊มลมยางนั้นก็หน้าตาจะเป็นแบบนี้ ใช้งานไม่ยากแค่ใส่จุกลม ต่อสายไฟเข้ากับช่องบุหรี่สตาร์ทเครื่องและเปิดสวิทช์ปั๊มๆก็จะทำงาน แล้วเราก็ดูเกจวัดแรงดันว่าถึงที่เราต้องการหรือยัง ถ้าได้แล้วก็ปิดสวิทช์แล้วเอาจุกออก (สำหรับจุกที่เป็นเกลียวหมุนอาจจะมีลมออกในช่วงที่เราหมุนออกก็อาจจะทำให้แรงดันตกลงได้ ทางแก้ก็คือเติมเผื่อไว้สักหน่อย) หลายคนต้องการความแน่นอนก็อาจจะเอาที่วัดแรงดันวัดและปรับให้ได้กันอีกทีก็แล้วแต่



รูปนี้ให้ดูระยะสายก็สามารถเติมได้ทั้งรถเก๋งและกระบะเลยเพราะสายยาวทีเดียว นี่ก็คงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ติดรถที่ถ้ามีก็ดีทีเดียวสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในยามฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉินก็ได้

My&CARR ปั๊มลมฉบับกระเป๋า

Wins เครื่องสูบลมยางแบบพกพา (Black)

D1 SPEC ปั๊มลมไฟฟ้า - รุ่น CCR-103




Read more >>

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

เครื่องชาร์ทไฟแบตเตอรี่ My and Carr A-11

สวัสดีครับวันนี้ขอแนะนำของติดบ้านหรือติดรถที่มีไว้ก็อุ่นใจ คือเครื่องชาร์ทแบตให้กับรถยนต์ของเรากัน ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ที่เราใช้กันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกียร์ Auto กันนั่นก็เพราะความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือเมื่อใช้งานไปซักพัก ไฟในรถเราก็จะไม่พอที่จะสตาร์ทรถ สาเหตุก็อาจจะเป็นได้หลายอย่าง เช่น แบตหมด แบทเสื่อม ลืมเปิดไฟทิ้งไว้ก็ทำให้ไฟหมดและก็อีกหลายสาเหตุ

ซึ่งก็เป็นเหตุให้รถของเราสตาร์ทไม่ติด ซึ่งทางแก้ส่วนใหญ่เราก็มักจะหาคนมาพ่วงแบตให้เราเพื่อทำการสตาร์ทรถเพราะรถเกียร์ออโต้ไม่สามารถเข็นสตาร์ทได้ และถ้าหากเราหาคนมาพ่วงแบตไม่ได้ล่ะ หรือไปที่ห่างไกลไม่ค่อยมีรถ ก็คงเป็นเรื่องยากเหมือนกันฉนั้นมันก็เป็นทางเลือกอีกทางสำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถที่อาจจะหาเครื่องมือที่ทำเองได้หรือให้คนอื่นทำให้ได้ใช้งานง่ายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่คงต้องยกเว้นแบตไปหมดข้างถนนนะครับเพราะคงต้องอาจใช้เวลาในการอัดไฟให้พอจะสตาร์ทได้ คงต้องให้คนช่วยถ้าแบบนั้น

ทิ้งท้ายสำหรับวิธีการสาร์ทรถในขณะที่แบตของเรามีไฟให้ใช้ได้น้อยครั้งสำหรับการสตาร์ทรถสิ่งที่ควรทำคือ
  1. อย่าสตาร์ทแช่ แชะๆๆๆๆ เพราะนั่นหมายความว่าไฟจากแบตถูกใช้ไปอย่างมาก เราควรสตาร์ทรถในระบบที่รถเราสตาร์ทติดได้ง่ายเพียงหนึ่งแชะ เครื่องก็ติดแล้ว (สำหรับรถที่ใช้แก็สการสตร์ทครั้งแรกมักใช้เวลานานอาจจะเกิน 5 วินาที สำหรับการสตาร์ทรถหนึ่งครั้ง) ซึ่งระบบปรกติไม่ควรเกิน 3 วินาทีรถต้องติดได้แล้ว
  2. ปิดระบบไฟอื่นๆที่ไม่จำเป็นสำหรับการสตาร์ทรถ เช่น วิทยุและแอมป์
  3. ปิดแอร์ เพราะเป็นการเพิ่มภาระในการสตาร์ท
ทำได้ดังนี้รับรองว่าเราจะสามารถขับรถไปหาร้านแบตเพื่อเปลี่ยนใหม่ได้โดยง่าย หรือทดสอบว่าแบตเรากลับบ้านเก่าจริงๆหรือไม่ก็ได้ด้วยเช่นกัน



Read more >>

Google+ Followers