วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ขับรถลุยน้ำท่วมยังไงให้อุ่นใจ

สวัสดีครับ วันนี้คงเป็นวันที่ยากลำบากและรุ้นระทึกของคนแทบจะส่วนใหญ่กันเลยทีเดียวกับเหตุการร์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งนอกจากต้องระวังน้ำท่วมรถแล้ว เราก็จะต้องได้มีโอกาสขับรถลุยน้ำเป็นแน่แท้สำหรับคนที่ยังคงต้องทำงานในสภาวะที่น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมอยู่แล้วแต่ก็ยังคงต้องทำงานกันต่อไป หลายคนเรถไปทิ้งต่างจังหวัดไกล้เคียงตามบ้านญาติพี่น้อง หรือหลายคนเอาไปจอดในที่สูงก็แล้วแต่ แต่ถ้าต้องขับรถลุยน้ำก็ให้เตรียมเท่าที่ผมพอจะเรียบเรียงให้ได้

-อย่างแรกเลยคือเตรียมซีลอุปกรณ์จุดระเบิดของรถยนต์ของเราก่อน เลยคือที่ฝาครอปจายจ่าย ส่วนตัวใช้สิลิโคลนยาให้รอบฝาครอบจ่านจ่าย และจุดต่อของปล๊กถ้าเป็นไปได้ เพื่อกันน้ำเข้าไปกวนระบบไฟจุดระเบิดจะทำให้อุ่นใจได้ในเวลาขับรถลุยน้ำได้

-เมื่อขับรถลุยน้ำให้ใช้เกียร์ต่ำส่วนใหญ่จะอยู่ที่เกียร์ หนึ่งหรือสองเพราะถ้าเกินจากนั้นรถไม่ค่อยมีแรงไปหรอกครับและอาจจะทำให้รถดับได้ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา

-จะปิดหรือเปิดแอร์ดีอันนี้ก็แล้วแต่ชอบ แต่ส่วนตัวถ้าลุยน้ำในระดับพื้นรถผมไม่ปิดแอร์แต่จะปิดเมื่อน้ำสูงมากกว่าระดับพื้นรถขึ้นมา เพราะผมต้องการกำลังเครื่องที่จะใช้ลุยน้ำมากว่ากลัวที่พัดลมแอร์จะตีน้ำเพราะยังไงพัดลมหม้อน้ำก็ยังทำงานตอนลุยน้ำอยู่ดี สาเหตุที่ไม่ปิดแอร์เพราะถ้าปิดแอร์ก็ต้องเปิดกระจกพอเราเปิดกระจกลุยน้ำพร้อมกับรถคันอื่น ก็อาจจะโดนน้ำสาดเข้ามาที่หน้าต่างเข้ามาในรถได้ หรือเราอาจจะขับรถในช่วงฝนตกการปิดแอร์ก็จะทำให้เกิดฝ้าเกาะที่กระจกซึ่งจะสร้างความลำบากในการขับขี่เป็นอย่างมาก

-ไม่ควรขับรถเร็วเพราะกลัวดับหลายคนกลัวน้ำเข้าท่อไอเสียและจะทำให้เครื่องดับ ซึ่งผมก็จะบอกไว้ว่ารถที่กลัวน้ำเข้าท่อไอเสียแล้วดับคือรถมอเตอร์ไซด์โดยเฉพาะรถรุ่นที่เป็นท่อไอเสียนอนขนานกับพื้นถนนที่น้ำมักเข้าท่อไอสียแล้วทำให้เครื่องดับ และก็อาจจะเป็นรถที่ไม่มีหม้อพักเท่านั้นที่จะมีโอกาสดับจากสาเหตุน้ำเข้าท่อได้ ฉนั้นถ้ารถของเรามีหม้อพักเป็นรถใช้งานปรกติไม่ต้องกลัวขับไหลไปได้เลื่อยๆได้เลย เพราะการขับเร็วลุยน้ำมักสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นโดยเฉพาะบ้านที่เขาถูกน้ำท่วมบ้านเพราะบ้านเขาจะพังเร็วมากๆจากคลื่นของรถเรานั่นเอง

หลังจากที่เราขับรถลุยน้ำผ่านมาได้แล้ว สิ่งที่ควรทำคือการไล่น้ำออกจากเบรคทำได้ง่ายๆโดยการหาระยะที่จะเบรคหนักๆซักนิดซักทีสองทีเอาแบบไม่ต้องถึงกับหัวทิ่มหรอกนะครับ เอาแค่เบรคหนักๆแบบจึกๆ ก็พอเพราะช่วงนี้เบรคจะลื่นแม้เราจะเบรคแรงแล้วก็ตามทำไปซักครั้งสองครั้งเบรคของเราก็จะกลับมาหนึบเหมือนเดิม และที่หลังจากเราขับรถไปได้ซักพักเบรคก็จะร้อนและทำให้น้ำที่ยังเหลืออยู่ระเหยไปเอง


สุดท้ายที่หลังจากลุยน้ำมาแล้วจะทำยังไงหลายคนคงเคยกังวลอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเข้าเกียร์ซึ่งเราก็เช็คดูได้ด้วยการดึงก้านวัดน้ำมันเกียร์ (สำหรับเกียร์ออโต้) ดูว่าน้ำมันเป็นสีกาแฟหรือไม่ ถ้าเป็นก็แสดงว่ามีน้ำปนก็ให้ทำงานเปลี่ยนซะ แต่สำหลับเกียร์ธรรมดาอันนี้พบว่าไม่ค่อยมีปัญหาสำหลับผม และในส่วนอื่นๆซึ่งนอกจากการล้างรถแล้วก็อาจจะต้องดูพวกข้อต่อต่างๆซึ่งก็ถ้าหากไม่มีสียงดังอะไรก็ไม่ต้องกังวลไป พวกลูกปืนล้อต่างๆถ้ามีการอัดจารบีมาดีก็ไม่ต้องไปกังวลไม่ต้องไปยุ่งกับมัน จะมีก็แต่เรื่องดึงเบรคมือเท่านั้นที่อาจจะพบปัญหาเบครมือค้างในอีกวันหนึ่งที่หลังจากจอดรถทิ้งไว้ทั้งคืนก็อาจจะเจอได้

ไม่มีความคิดเห็น:

Google+ Followers