วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เปลี่ยนถ่ายน้ำจะเปลี่ยนวาล์วน้ำด้วยไหม



การเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนรถยนต์ แน่นอนว่ารถยนต์ของเราเมื่อใช้ไปได้ซักระยะหนึ่งแล้วนั้น นอกจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องไส้กรองแล้ว ยิ่งรถของเราวิ่งไปนานแล้ว อาจจะซักแสนกิโลหรือสองแสนกิโล สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมโดยเด็ดขาดคือการดูแลระบบระบายความร้อนของเราให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

มิเช่นนั้น…เราอาจจะได้กินข้าวลิงในที่แห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็เป็นได้ และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราต้องมานั่ง งง…งวยอยู่ข้างทางเป็นประจำก็คือปัญหาความร้อน ที่จะตามหลอกหลอนเราไปไม่จบไม่สิ้นถ้าหากเราไม่เอาใจใส่มันให้ดี ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความร้อนขึ้นจนกระทั่งเราไม่ทันตั้งตัวคือ ปัญหาวาล์วน้ำตาย หันมามองอีกทีเครื่องคู่ใจเราเป็นอันวูบ…ดับไปแล้ว ทีนี้ล่ะก็เป็นเรื่องแน่นอน

ซึ่งจากประสพการณ์ส่วนตัวเคยเจอปัญหาวาล์วน้ำตายมาหนึ่งครั้ง ผลที่ได้คือหม้อน้ำทะลุและเครื่องยนต์ Over Heat (วาล์วค้างในจังหวะปิด) แต่โชคดีตรงที่ผมเองเป็นคนชอบสังเกตอาการณ์แปลกๆหรือเสียงแปลกๆและชอบมองเกจความร้อนเป็นระยะๆ ซึ่งนั่นเป็นผลบุญที่ผมยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง ที่เครื่องไม่ได้ดับคาเท้าไป มิเช่นนั้นผมก็คงต้องได้ยกฝาใหม่ แน่นอนและนอกเหนือจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงดังปุ๊!!! ก่อนที่อึดใจความร้อนจึงขึ้นสุดจนขีดแดง นั่นก็คือเสียงหม้อน้ำทะลุนั่นเอง (ส่วนถ้าวาล์วค้างในจังหวะเปิดเครื่องยนต์ก็อาจจะเย็นเกินไป คือเคยขับปรกติเข็มขึ้น ½ แต่มันกลับขึ้นแค่ ¼ เองประมาณนี้ กรณีนี้อาจไม่ทำความเสียหายในขณะเดินทาง เหมือนวาล์วค้างขณะปิด)

สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้คือ วาล์วน้ำตายนั่นเอง ซึ่งหลายคนคงเคยเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ แต่หลายคนไม่ได้เปลี่ยนวาล์วน้ำไปด้วย ลองนึกดูนะครับว่าคุณเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์เมื่อไหร่ แล้วเราได้ดูวาล์วน้ำด้วยหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าเรามองไม่เห็นมัน ถ้าหากเราไม่ถอดมันออกมา

และการจะทดสอบว่ามันยังทำงานดีอยู่หรือไม่ก็คือการเอามันมาต้มในน้ำแล้วดูว่ามันเปิดหรือไม่ หรือจะทดสอบในระบบ ถ้าท่อน้ำบนและล่างมีอุณหภูมิมิความร้อนที่เท่ากันเมื่อเราติดเครื่องได้ซักพัก ก็แสดงว่าวาล์วน้ำเรายังทำงานปรกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่ารอจนให้มันทำงานไม่ได้แล้วค่อยเปลี่ยนเลยครับ เพื่อเป็นการตัดปัญหายุ่งยากที่จะตามมาในภายหลัง



รูปวาล์วน้ำที่ถอดออกมา
ดูแล้วสภาพยังดูดีแต่ไม่ไว้ใจมันแล้วล่ะ

เราก็ควรจะเปลี่ยนตามระยะ ซึ่ง…คู่มือรถของผมต้องยมรับเลยว่าหายไปแล้วจะทำไงล่ะทีนี้ (ถ้าใครมีดูตามคู่มือเลยครับ) แต่สำหรับผมผมเปลี่ยนที่ประมาณ สองแสนกิโล บวกลบ

แล้วทำไมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ ไ อ…วาล์วอะไรเนี่ย? หลายคนอาจจะสงสัย ก็เห็นหลายคนเขาเคยบอกว่าไม่ต้องใส่มันก็ได้เจ้าตัวนี้มีปัญหาก็ถอดขว้างหัวเจ้าตูบ...ที่มาฉี่ใส่ล้อเราไปเลยไม่ดีกว่าหรอ!

คำตอบคือได้ครับและเครื่องยนต์ก็ยังทำงานได้อยู่เหมือนเดิมครับ แต่สำหรับผมๆขอมีมันไว้ครับเพราะประโยชน์ของมันมีแน่นอนครับไม่งั้น วิศวกร ตั้งแต่รุ่นคุณปู่หรือก่อนนั้นก็ยังใส่มันมาให้เราจนถึงป่านนี้ หลายคนก็ได้บอกว่า (วิศวกรพวกนี้มันใส่มาทำไมว้า…ไม่เห็นมีประโยชน์เปลืองสิ้นดี) อิๆ…ซึ่งข้อดีที่ผมพอจะจำได้ก็มีดังนี้ครับ

-วาล์วน้ำช่วยรักษาระดับความร้อนที่เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดเอาไว้ เครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงานในเวลาอันสั้น สภาพอากาศภายนอกสงผลกระทบกับเครื่องยนต์น้อยมาก

-วาล์วน้ำช่วยให้ตัวเครื่องหรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่เท่ากันของคือ ไม่มีส่วนไหนเย็นเกินไปและไม่มีส่วนไหนร้อนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้โลหะมีการขยายตัวที่ไม่เท่ากันเกิดการเบียดกันได้ เป็นสาเหตุของการสึกหรอมากกว่าปรกติ

แน่นอนครับว่าเครื่องยนต์ทำงานที่อยู่ในภายใต้อุณหภูมิสูงไปก็ไม่ดีเย็นไปก็ไม่สวย เครื่องยนต์ก็ต้องเดินสายกลางเหมือนกันคือ ไม่เย็นเกินไปและก็ไม่ร้อนเกินไป ซึ่งเพื่อนๆก็ลองดูนะครับว่าจะดูแลเครื่องยนต์ของท่านแบบไหน

ไม่มีความคิดเห็น:

Google+ Followers