วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เปลี่ยนถ่ายน้ำจะเปลี่ยนวาล์วน้ำด้วยไหม



การเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนรถยนต์ แน่นอนว่ารถยนต์ของเราเมื่อใช้ไปได้ซักระยะหนึ่งแล้วนั้น นอกจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องไส้กรองแล้ว ยิ่งรถของเราวิ่งไปนานแล้ว อาจจะซักแสนกิโลหรือสองแสนกิโล สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมโดยเด็ดขาดคือการดูแลระบบระบายความร้อนของเราให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

มิเช่นนั้น…เราอาจจะได้กินข้าวลิงในที่แห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็เป็นได้ และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราต้องมานั่ง งง…งวยอยู่ข้างทางเป็นประจำก็คือปัญหาความร้อน ที่จะตามหลอกหลอนเราไปไม่จบไม่สิ้นถ้าหากเราไม่เอาใจใส่มันให้ดี ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความร้อนขึ้นจนกระทั่งเราไม่ทันตั้งตัวคือ ปัญหาวาล์วน้ำตาย หันมามองอีกทีเครื่องคู่ใจเราเป็นอันวูบ…ดับไปแล้ว ทีนี้ล่ะก็เป็นเรื่องแน่นอน

ซึ่งจากประสพการณ์ส่วนตัวเคยเจอปัญหาวาล์วน้ำตายมาหนึ่งครั้ง ผลที่ได้คือหม้อน้ำทะลุและเครื่องยนต์ Over Heat (วาล์วค้างในจังหวะปิด) แต่โชคดีตรงที่ผมเองเป็นคนชอบสังเกตอาการณ์แปลกๆหรือเสียงแปลกๆและชอบมองเกจความร้อนเป็นระยะๆ ซึ่งนั่นเป็นผลบุญที่ผมยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง ที่เครื่องไม่ได้ดับคาเท้าไป มิเช่นนั้นผมก็คงต้องได้ยกฝาใหม่ แน่นอนและนอกเหนือจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงดังปุ๊!!! ก่อนที่อึดใจความร้อนจึงขึ้นสุดจนขีดแดง นั่นก็คือเสียงหม้อน้ำทะลุนั่นเอง (ส่วนถ้าวาล์วค้างในจังหวะเปิดเครื่องยนต์ก็อาจจะเย็นเกินไป คือเคยขับปรกติเข็มขึ้น ½ แต่มันกลับขึ้นแค่ ¼ เองประมาณนี้ กรณีนี้อาจไม่ทำความเสียหายในขณะเดินทาง เหมือนวาล์วค้างขณะปิด)

สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้คือ วาล์วน้ำตายนั่นเอง ซึ่งหลายคนคงเคยเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ แต่หลายคนไม่ได้เปลี่ยนวาล์วน้ำไปด้วย ลองนึกดูนะครับว่าคุณเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์เมื่อไหร่ แล้วเราได้ดูวาล์วน้ำด้วยหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าเรามองไม่เห็นมัน ถ้าหากเราไม่ถอดมันออกมา

และการจะทดสอบว่ามันยังทำงานดีอยู่หรือไม่ก็คือการเอามันมาต้มในน้ำแล้วดูว่ามันเปิดหรือไม่ หรือจะทดสอบในระบบ ถ้าท่อน้ำบนและล่างมีอุณหภูมิมิความร้อนที่เท่ากันเมื่อเราติดเครื่องได้ซักพัก ก็แสดงว่าวาล์วน้ำเรายังทำงานปรกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่ารอจนให้มันทำงานไม่ได้แล้วค่อยเปลี่ยนเลยครับ เพื่อเป็นการตัดปัญหายุ่งยากที่จะตามมาในภายหลัง



รูปวาล์วน้ำที่ถอดออกมา
ดูแล้วสภาพยังดูดีแต่ไม่ไว้ใจมันแล้วล่ะ

เราก็ควรจะเปลี่ยนตามระยะ ซึ่ง…คู่มือรถของผมต้องยมรับเลยว่าหายไปแล้วจะทำไงล่ะทีนี้ (ถ้าใครมีดูตามคู่มือเลยครับ) แต่สำหรับผมผมเปลี่ยนที่ประมาณ สองแสนกิโล บวกลบ

แล้วทำไมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ ไ อ…วาล์วอะไรเนี่ย? หลายคนอาจจะสงสัย ก็เห็นหลายคนเขาเคยบอกว่าไม่ต้องใส่มันก็ได้เจ้าตัวนี้มีปัญหาก็ถอดขว้างหัวเจ้าตูบ...ที่มาฉี่ใส่ล้อเราไปเลยไม่ดีกว่าหรอ!

คำตอบคือได้ครับและเครื่องยนต์ก็ยังทำงานได้อยู่เหมือนเดิมครับ แต่สำหรับผมๆขอมีมันไว้ครับเพราะประโยชน์ของมันมีแน่นอนครับไม่งั้น วิศวกร ตั้งแต่รุ่นคุณปู่หรือก่อนนั้นก็ยังใส่มันมาให้เราจนถึงป่านนี้ หลายคนก็ได้บอกว่า (วิศวกรพวกนี้มันใส่มาทำไมว้า…ไม่เห็นมีประโยชน์เปลืองสิ้นดี) อิๆ…ซึ่งข้อดีที่ผมพอจะจำได้ก็มีดังนี้ครับ

-วาล์วน้ำช่วยรักษาระดับความร้อนที่เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดเอาไว้ เครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงานในเวลาอันสั้น สภาพอากาศภายนอกสงผลกระทบกับเครื่องยนต์น้อยมาก

-วาล์วน้ำช่วยให้ตัวเครื่องหรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่เท่ากันของคือ ไม่มีส่วนไหนเย็นเกินไปและไม่มีส่วนไหนร้อนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้โลหะมีการขยายตัวที่ไม่เท่ากันเกิดการเบียดกันได้ เป็นสาเหตุของการสึกหรอมากกว่าปรกติ

แน่นอนครับว่าเครื่องยนต์ทำงานที่อยู่ในภายใต้อุณหภูมิสูงไปก็ไม่ดีเย็นไปก็ไม่สวย เครื่องยนต์ก็ต้องเดินสายกลางเหมือนกันคือ ไม่เย็นเกินไปและก็ไม่ร้อนเกินไป ซึ่งเพื่อนๆก็ลองดูนะครับว่าจะดูแลเครื่องยนต์ของท่านแบบไหน
Read more >>

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ฝนนี้มาขับรถลุยน้ำกันดีกว่า อย่ากลัวเกินไป





ว่างๆเอารถลุยน้ำมาให้ดูดีกว่า อย่าไปกลัวไหนๆก็ไหนๆถ้ามี Off Road ใช้แล้วก็อย่าไปกลัวน้ำเลย
เครื่องแค่ใบพัดตีน้ำก็อย่าไปกลัว จมยัง บ่...ยั่น อิๆๆ
Read more >>

เอาใจขาโหดแข่งสุดมันรถดีช่วงล่างเยี่ยมคนพร้อม ก็ลุย



ถึงจะเก่าหน่อยแต่ซะใจขาโหด ที่รถมีไว้ลุยไม่ใช่ประคบประหงม
ทดสอบประสิทะธิภาพของรถและระบบช่วงล่างใครทนกว่าใครมันต้องแบบนี้
Read more >>

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

เปลี่ยนวิทยุให้เจ้าโซลูน่าถึงกับงงเมื่อเจอสาย FUJITSU TEN

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์เรื่องการเปลี่ยนวิทยุให้กับเจ้าหยดน้ำกันซะหน่อยครับ สาเหตุที่เปลี่ยนก็ไม่ใช่ว่าวิทยุที่มากับรถมันเสียหรืออะไรหรอกครับ แค่เดียวนี้เขาไป 3G กันหมดแล้ว...อุ๊ป เอ้ย...เขาใช้ CD หรือ MP3 กันไปหมดแล้วแต่เรามันยังเป็นเทปอยู่เลย ไม่ได้เพื่อนขึ้นบนรถทีไรถาม ม...ง ยังตะบันหมากอยู่อีกรึ

หลังจากโดนถากถางและเทปที่มีในสังกัดเริ่มทยอยกันกลับบ้านเก่าไปกันเยอะแล้ว ก็คงถึงเวลาแล้วล่ะที่เราต้องเปลี่ยนซะที ก็เลยไปซื้อ Front JVC มาจัดแจงเตรียมถอดเต็มที่ เพราะเครื่องใหม่ที่ซื้อมามันก็มีสายบอกอยู่แล้วว่าสายไหนคืออะไร เอาวะคงไม่ยากเครื่องมือเช่นมิเตอร์ก็ไม่มีเดียวเทียบๆสีเอาคงไม่ยากหรอก ว่าแล้วก็ลื้อออกมา ลากันทีนะเจ้า FUJITSU TEN

แต่หลังจากถอดเจ้า FUJITSU TEN ออกมาแล้วก็ได้เวลาไก่ตาแตก เมื่อไปเจอสายของมันเข้าให้อย่างในรูป ตอนนี้กำลังจะตัดสายเพื่อต่อกับเครื่องใหม่ ทำไมว้า...สีมันช่างต่างกันเหลือเกินไม่ได้ไกล้เคียงกันเล้ย... ของที่ซื้อมาใหม่สายจะสีนี้

กราวด์ = ดำ
ไฟบวกจากแบต หรือไฟเลี้ยงหน่วยความจำ = เหลือง
ACC = แดง

เพราะว่าถ้าหากเราต่อสายไฟในรถแล้วเรารู้ว่าสายไหนคืออะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องลำบาก ที่เราจะทำการต่อสายให้ระบบทำงานสมบูรณ์ แต่ถ้าสีไม่ตรงหรือขัดกับที่มันควรจะเป็นนั่นก็จะเป็นเรื่องยากขึ้นมาอีกนิด แล้วถ้าใจร้อนด้วยยิ่งไปกันใหญ่เพราะอาจสร้างความเสียหายได้เลยทีเดียว เดี๋ยวผมจะสรุปแบบง่ายๆให้ครับ

รูปนี้ผมสรุปตำแหน่งมาให้เพื่อนๆเลยครับว่าอะไรคืออะไร เราก็เอาจากวงจรที่ซื้อมาใหม่ที่เขาบอกไว้ก็มาต่อได้เลย

รูปนี้เอาตำแหน่งสีของสายมาให้ดูว่าเป็นยังไง เอาไปเทียบด้านบนได้เลยแล้วจะรู้ว่าสายไหนคืออะำไร บอกให้เลยว่ากราวด์น้ำตาล คอมมอลเซ็นมากๆเลย กราวด์น้ำตาลเนี่ยเล่นเอาฟิวล์ 15 A ขาดไปสองสามอัน

รูปนี้ให้ดูแผลงฟิวล์อยู่แถวๆเหนือแป้นคลัตช์ขึ้นมา


รูปสุดท้ายตำแหน่งฟิวล์ของวิทยุเล่นเอาขาดไปตอนเช็คสายตอนแรก ถ้าจะเช็คใช้มิเตอร์หรือหลอดไฟเอาน่าจะชัวกว่าครับ

เป็นยังไงบ้างครับที่ผมเขียนขึ้นมาเพราะเห็นว่าคนยังใช้รุ่นนี้อยู่เยอะพอสมควร แล้วบางคนอาจจะแค่อยากจะเปลี่ยนแค่วิทยุไปซื้อมาแถวคลองถมตัวล่ะไม่กี่บาท อยากจะเปลี่ยนเองแค่นี้จะทำเองก็จะได้ทำได้ง่ายขึ้นครับ
Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

Derby Car การแข่งชนแหลกแต่ไม่แหกค่าย


Derby Demolition เป็นการแข่งขันรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง แต่แตกต่างจากการแข่งรถยนต์อื่นทั่วไป คือแทนที่จะแข่งขันในความเร็วของรถในการทำเวลาที่ดีในการเข้าเส้นชัย แต่กลับเป็นว่าต้องขับชนกับคู่แข่งในสนามจนกว่าคู่แข่งทั้งหมดจะไม่สามารถขับรถของตัวเองต่อไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่คือเครื่องฟังไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ คนสุดท้ายที่อยู่ได้คือผู้ชนะ

โดยรถส่วนใหญ่ที่นำมาใช้แข่งขันมักจะเป็นรถรุ่นเก่าสมัย 60 -70 โน่นแน่ะ สาเหตุก็น่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยและราคาของตัวรถที่จะนำมาใช้มีราคาที่ไม่แพง เรียกว่าซื้อเศษเหล็กมาทำว่างั้นเลยแต่ก็ด้วยโครงสร้างของรถสมัยนั้น มีโครงสร้างที่แข็งแรงจึงเหมาะที่จะนำมาใช้แข่งเพราะสามารถป้องกันห้องเครื่องได้อย่างดีและยิ่งกว่านั้นคือคนขับ ซึ่งมีข้อห้ามคือห้ามชนตรงประตูด้านคนขับโดยมักจะทำเครื่องหมายตัวเลขหรือสีที่ตัดกันสามารถมองเห็นได้ในขณะแข่งขัน ที่อาจจะมีฝุ่นมากมายแต่ก็จะทำให้นักแข่งคนอื่นมองเห็นได้ แต่ถ้าคนไหนชนเข้าจุดต้องห้ามก็จะถูกปรับแพ้ไปทันที
ส่วนกฎการแข่งขันก็มีอยู่ว่า

ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปี และต้องเซ็นยอมรับเงื่อนไขด้านความปลอดภัย ต้องมีเข็มขัดนิรภัยและหมวกนิรภัย และเริ่มต้นด้วยการจอดแรงกันโดยมีท้ายเข้าหาสนามแข่งที่เป็นโคลน จากนั้นก็เริ่มอัดกระแทกกัน หากรถไม่สามรถวิ่งได้ถูกชนเสียหายหรือติดหลุมภายในสองนาทีถือว่าขาดคุณสมบัติ การแข่งปรกติมักจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการแข่งแต่ละครั้ง คันสุดท้ายที่เหลือรอดถือเป็นผู้ชนะ ซึ่งกฎระเบียบต่างๆอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่เช่นกัน

ว่าแล้วจะมีใครลองมั่งไหมนี่
Read more >>

Derdy car รถบั๊มมหาภัย




มาดูการตรวจสภาพรถก่อนลงแข่งของรถ Derdy กัน
ในการแข่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก คือชนให้คู่แข่่งจอดสนิท
ชนได้ทุกส่วนของรถ ยกเว้นประตูคนขับจะถูกปรับแพ้

การแข่ง #1



การแข่ง #1 จบ
Read more >>

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รถบั๊ม Derdy



วันนี้ขอดูรถชนกันแบบมันๆสะใจซะหน่อย ชนจนกว่าจะไปไม่ไหว
แรงอย่างเดียวไม่พอต้องอึดและแม่นถึงจะรอด
Read more >>

เพิ่มความแรงด้วยท่อมาตรฐาน ทั้งสวยทั้งแรง

สวัสดีครับ วันนี้มาแนะนำท่อมาตรฐานกันครับ ท่อไอเสียหลายๆท่านก็คงเคยเห็นหรือได้ยินตามท้องถนนกันบ้างแล้ว และอาจสงสัยว่าเขาจะทำไปทำไม

ทำไมนะหรือก็อาจจะมีหลักๆคือ

1.ความสวยงาม บางคนบางคันอาจจะได้แค่ความสวยงามดูแล้วดุดันขึ้นดูเหมือนรถแข่งในสนาม แทนที่จะเป็นปลายท่อเหล็กธรรมดาๆ
2.ความแรง อันนี้พูดอยากนะครับ บางคนบอกว่าติดแล้วคิดไปเองว่ารถแรงขึ้นหรือหลายคนเห็นในท้องถนน ที่เวลาเห็นรถที่เสียงดังแต่ยังไม่ได้ไปไหนไกลเลย อันนี้เขาเรียกดังแต่ท่อแรงไม่มี

ซึ่งจะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดการใส่ท่อก็ทำให้ดูดีไปอีกแบบ สำหรับคนที่รักรถและชอบทำให้ลูกรักของเราดูหล่อดูสวยใครเห็นใครก็มองหรือถามกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าว่ากันด้วยความสวยและความงามมันก็มีให้เลือกมากมายตามกำลังทรัพย์ของเรานั้นเอง โดยท่อที่ว่าก็มีสูตรความแรงที่ไม่เหมือนกันซึ่งก็คงไม่มีใครเปิดเผยกัน เราก็คงเป็นคนตัดสินเองว่าอันไหนดีสำหรับเรา

หรือจะถามผู้ที่เคยใช้งานมาแล้ว แม้แต่ไม่สนใจอะไรเลยแค่อยากติดเฉยๆ แล้วถ้าเราไม่รู้อะไรเลยล่ะจะทำยังไงติดไปมั่วๆ นอกจากเสียตังแล้วอาจจะเสียอารมย์ด้วยในภายหลัง ทางเลือกหนึ่งคือหาของที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับนั้นเอง ซึ่งที่จะแนะนำคือ HKS ราคาและรุ่นดูได้จากตารางเลยครับ ถูกแพงว่ากันไป

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณ สมชาติ เต็มชุ่ม
081-6122-597
Read more >>

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ยางสำหรับรถเก๋ง รถยนต์นั่งที่ใช้ความเร็วสูง Sport Series - (NANKANG)

หลังจากได้ไปเจอพักพวกที่ทำเกี่ยวกับยางรถยนต์มา ก็ได้รู้จักยางยี่ห้อนี้มาชื่อแปลกๆแต่เห็นเขาบอกว่าดีและน่าจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับท่านที่กำลังคิดจะเปลี่ยนยางสำหรับหน้าฝนนี้
คุณสมบัติคร่าวๆของยี่ห้อนี้จะมีให้เลือกพอสมควร

NS 2 Sport Series
ยางสำหรับรถเก๋ง sport ที่ใช้ความเร็วสูง รถยนต์นั่งที่เน้นความปลอดภัยสูงมีความนุ่มเงียบอยู่ในการขับขี่
มีดอกยางที่มีความแตกต่างกันระหว่างภายในและภายนอก โดยลายดอกยางด้านนอกออกแบบให้ไหล่ยางมีความโค้งมนและแข็งแรงในระดับสูง ช่วยให้สมรรถนะในการบังคับพวงมาลัยในเวลาเข้าโค้งได้มั่นคง และยังมีร่องรีดน้ำ 2 ร่อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการรีดน้ำ และยังมีลายดอกยางเป็นแบบบล็อกเล็กๆ ตรงกึ่งกลางร่องรีดน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาพสูงสุดในการรีดน้ำ และขับขี่ได้อย่างปลอดภัยบนถนนที่เปียกหรือมีน้ำขัง

ส่วนลายดอกยางด้านในได้รับการออกแบบให้มีความละเอียดที่ซับซ้อน ทำให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มเงียบไร้เสียงรบกวนและยังออกแบบร่องรีดน้ำแบบพิเศษบนไหล่ยางทำให้มีความแข็งแรงสามารถใช้งานบนสภาพผิวถนนที่ไม่เรียบ ในการผลิตยังเพิ่มซิลิก้าเพื่อช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้ดีบนสภาพถนนเปียก แต่ยังช่วยลดแรงเสียดทานของยางกับพื้นผิวถนน ทำให้ประหยัดค่าเชื้อเพลิงอีกด้วย

SP 5 Utility Series เป็นยางสำหรับรถเก๋งหรือรถตู้โดยสาร รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เอนกประสงค์
ป้องกันเสียงรบกวนของดอกยางให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากการขับขี่บนถนนจากผิวถนนที่แข็งกระด้าง

Utility Series N990 เป็นยางสำหรับรถกระบะ รถยนต์เอนกประสงค์
ยางเป็นแบบไม่สมมาตรลายดอกยางเป็นแบบบล็อกขนาดใหญ่บนไหล่ยาง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับดอกยาง ลดปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนสภาพการใช้งาน และเพิ่มพื้นที่ยางในการยึดเกาะถนนช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ มีร่องรีดน้ำหลักรอบวง 2 ร่อง และร่องยางแบบไม่สมมาตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ของร่องรีดน้ำได้เพิ่มขึ้น ช่วยประสิทธิภาพภาพเพิ่มในการขับรถผ่านสภาพถนนที่มีน้ำขัง ร่องรีดน้ำย่อยบนไหล่ยางมีความลึกมากขึ้น ทำให้เพิ่มอายุการใช้งานนานขึ้น

ส่วนราคาพร้อมใส่ก็ตามตารางข้างล่างผมลงใว้ให้ครบถ้้วนแล้วครับ




รายละเอียดเพิ่มเติมติตต่อ คุณ สมชาย เต็มชุ่ม
ได้ที่ 081-4231798
Read more >>

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การทำงานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ



การทำงานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะมีจังหวะทำงานเหมือนกับเครื่อง 4 จังหวะ คือ ดูด อัด ระเบิด ค่าย เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงอุปกรณ์ที่ใช้ในการนำไอดีเข้าและคายไอเสียออกแล้วจำนวนรอบในการได้งาน 1 ครั้ง(ระเบิด) เครื่องยนต์ 2 จังหวะใช้จำนวน 1 รอบในการ ดูด อัด ระเบิด ค่าย เป็นการครบรอบการทำงาน

ซึ่งในเครื่อง 4 จังหวะ ใช้วาวล์เป็นตัวเปิดปิด ไอดีและไอเสีย
ส่วนในเครื่องสองจังหวะจะเป็นช่อง Port ไอดีและไอเสียแทน โดยจะมีหลีดวาวล์ที่ช่องไอดีเพื่อทำหน้าที่กันไม่ให้ไอดีไหลย้อนกลับออกไปได้ ส่วนช่องไอเสียจะเป็นช่องออกไปเท่านั้น

ในจำนวนหนึ่งรอบจะทำงานแบบนี้
โดยเมื่อเข้าสู่จังหวะอัดนั้นลูกสูบก็จะวิ่งขึ้นตำแหน่งบน ซึ่งตัวลูกสูบจะไปปิดช่องไอดีและไอเสียเอาไว้ทั้งหมด และเมื่อมีประกายไฟจากหัวเทียนจะเกิดการเผาไหม้ แรงระเบิดจะดันให้ลูกสูบเลื่อนลงข้างล่าง
จนมาถึงช่องไอเสียเริ่มเปิด ก็จะเป็นจังหวะคายไอเสียๆส่วนใหญ่จะออกไปในจังหวะนี้ และในขณะที่ลูกสูบวิ่งลงมาอีกผ่านช่องไอดีเริ่มเปิด ไอดีจะวิ่งเข้ามาในกระบอกสูบในจังหวะนี้เป็นจังหวะดูดจนลูกสูบวิ่งลงตำแหน่งล่างสุดครบ 1 รอบ

จะเห็นว่าในเครื่องยนต์ 2 จังหวะจะใช้ตำแหน่งของลูกสูบเป็นตัวกำหนดการเปิดปิดช่องไอดีและไอเสียโดยการเหลื่อมกันของช่องไอดีและไอเสียเล็กน้อย และใช้หลักไอดีไปไล่ไอเสีย

แล้วยังมีความแตกต่างในเรื่องของการหล่อลื่นในส่วนของข้อเหวี่ยงและลูกสูบอีกด้วย ในเครื่องสองจังหวะจะผสมน้ำมันหล่อลื่นเข้าไปผสมกับไอดีและจะเผาไหม้ไปพร้อมกัน หรือที่เรารู้จักกันคือ ออโต้ลูป ผลที่ได้จะมีควันขาวๆออกมากับไอเสียครับ (ขึ้นกับการปรับตั้ง) หล่อลื่นไม่พอลูกสูบติดได้ มากไปควันก็ขาว กลายเป็นเครื่องไล่ยุงไปในที่สุด

นอกจากนั้นความต่างของเครื่องสองแบบนี้ยังมีในเรื่องรอบด้วย โดยในเครื่องสองจังหวะจะมีรอบที่จัดกว่าของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ แต่เรื่องแรงบิดเครื่อง 4 จังหวะจะมากว่า เพราะในเครื่อง 2 จังหวะมีจังหวะงานที่สั้นกว่าเครื่อง 4 จังหวะครับ

หวังว่าคงพอจะเข้าใจถ้าดู VDO บวกกับคำบรรยา ที่อาจจะงง ว่าจะอธิบายมาทำไมว่าที่จะงงก็เพราะอธิบานนี่แหล่ะก็ไม่ว่ากัน อิๆ....
Read more >>

การทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ



สำหรับเพื่อนๆที่รักรถทั้งหลาย และยังคงมีหลายคนที่สงสัยว่ารถยนต์ ที่เราใช้ขับไปไหนต่อไหนโดยมีเครื่องยนต์เป็นกำลังหลัก ในการขับเคลื่อนรถของเรานั้นทำงานยังไง ส่วนที่เอามาให้ชมเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน 4 จังหวะ ซึ่งการจุดระเบิดหนึ่งครั้งเครื่องยนต์จะหมุนสองรอบ จาก VDO จะเห็นได้ชัดเจนถึงจะเป็นแบบ 2 D แต่เห็นภาพรวมได้ครบถ้วน

โดยที่จะมีจังหวะการทำงานดังนี้
จังหวะที่ 1 เป็นจังหวะดูด ในขณะลูกสูบวิ่งลง
จังหวะที่ 2 เป็นจังหวะอัด ในขณะลูกสูบวิ่งขึ้น จังกวะนี้เครื่องจะหมุนไป 1 รอบ
จังหวะที่ 3 เป็นจังหวะระเบิด โดยหัวเทียนเป็นตัวจุดระเบิด(ถ้าเครื่องยนต์ดีเซลเป็นจังหวะฉีดน้ำมันของหัวฉีด) และลูกสูบวิ่งลงด้วยแรงระเบิดเรียกว่าจังหวะงาน
จังหวะที่ 4 เป็นจังหวะคาย คือคายไอเสียออกทางช่องไอเสีย เครื่องจะหมุนครบ 2 รอบพอดี

คงทำให้หลายคนที่ยังไม่ทราบได้เข้าใจนะครับ
Read more >>

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

Pretty Girl 2010 #2






Read more >>

Pretty Girl 2010 #1








Read more >>

Pretty ชุดดำให้เข้ากับบรรยากาศซะหน่อย

บรรยากาศแบบนี้ มาดูสาวสวยหน้ารักคลายเครียดกันดีกว่า
รักสาวชุดดำเสน่ที่น่าค้นหา...









Read more >>

Google+ Followers